แข่งเรือแข่งพายแข่งได้ แต่แข่งวาสนาไม่ได้

แข่งเรือแข่งพายแข่งได้ แต่แข่งวาสนาไม่ได้

เรื่องบุญ เรื่องวาสนา และบารมี แต่ละคนไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับ ปุพเพกตปุญญตา

หรือคุณความดีที่สะสมไว้อย่างสม่ำเสมอ ในวงการพระสงฆ์ก็หนีไม่พ้นเรื่องนี้

พระเถระที่หวังว่าจะได้ก็ไม่ได้ จนเป็นที่มาของโลกธรรม

ที่พระเถระรูปหนึ่งเขียนติดที่รูปตนและส่งไลน์ต่อๆ ว่า ถึงคราวได้ ไม่น่าได้ มันก็ได้

ถึงคราวไม่ได้ ทำอย่างไรก็ไม่ได้ ถึงคราวเสีย ไม่น่าเสีย ก็เสียไป เรื่องได้เสีย ฝีมือใครนี่สำคัญ

เรื่องแบบนี้ เป็นเรื่องบุญ เรื่องวาสนาบารมี ที่สะสมไว้ จนกระทั่งมีคำพังเพยปลอบใจ

เพื่อให้ทำใจ จะได้ไม่เป็นโรคซึมเศร้า ว่า แข่งเรือแข่งพายแข่งได้ แต่แข่งวาสนาไม่ได้

ถึงเราจะแข่งเรือแข่งพายแข่งได้ แข่งบุญแข่งวาสนาแข่งไม่ได้ แต่เราหมั่นทำบุญเสริมสร้างเพิ่มได้ในชาตินี้

ความมี บุญวาสนา ของแต่ละคนนั้น มีไม่เท่ากัน

การแข่งเรือ หรือแข่งพาย เป็นการเอาชนะกันด้วยกำลัง ย่อมจะทำได้ง่าย

แต่แข่งความเจริญ รุ่งเรือง อันเป็นเรื่องของบุญวาสนา เป็นสิ่งที่แข่งกันได้ยาก

บุญ วาสนา แล้วแต่ว่าแต่ ละคนใคร ทำอะไรมา บุญวาสนาแข่งกันไม่ได้

เห็นเขาถูกหวย จะไปอิจฉา อยากได้แบบเขาไม่ได้

เราไม่มีวาสนา ต่อให้ขอพระขอเจ้าอย่างไร ก็ไม่ได้

หากมีวาสนา ถึงเวลาบุญมาเอง เทวดาฟ้าดินก็ห้ามไม่อยู่

คำสอนของสมเด็จพุฒาจารย์ โต พรหมรังสี

ลูกเอ๋ย ก่อนจะเที่ยวไปขอบารมีจากหลวงพ่อองค์ใด

เจ้าจะต้องมีทุนของตัวเอง คือ บารมีของตน ลงทุนไปก่อน

เมื่อบารมีของเจ้าไม่พอ จึงค่อยขอยืมบารมีคนอื่นมาช่วย

มิฉะนั้นเจ้าจะเอาตัวไม่รอด เพราะหนี้สินในบุญบารมีที่เที่ยวไปขอยืมมาจนพ้นตัว

เมื่อทำบุญทำกุศลได้บารมีมา ก็ต้องเอาไปผ่อนใช้หนี้เขา หมด ไม่มีอะไรเหลือติดตัว

แล้วเจ้าจะมีอะไร ไว้ในภพหน้า หมั่นสร้างบารมีไว้ แล้วฟ้าดินจะช่วยเอง

จงจำไว้นะ เมื่อยังไม่ถึงเวลา เทพเจ้าองค์ใด จะคิดช่วยเจ้าไม่ได้

ครั้นถึงเวลาทั้งฟ้าจบดินก็ต้านเจ้าไม่อยู่ จงอย่าไปเร่งเทวดาฟ้าดิน

เมื่อบุญเราไม่เคยสร้างไว้เลย จะมีใครที่ไหนมาช่วยเจ้า

ที่มา : y a k r o o k a s e t