แค่คุณเริ่มทำ 1 แสนใน 1 ปี ไม่ยากเลย

1. หาอาชีพเสริมเพิ่มรายได้

ถ้าอยากมีเงินเก็บเพิ่มไวๆ แน่นอนว่างานประจำอย่างเดียวอาจไม่พอ ควรต้องมองหาช่องทางสร้างรายได้อื่นๆ ด้วย

อย่างเช่น หารายได้เสริมจากสิ่งที่ตัวเองถนัด ไม่ว่าจะเป็นงานฝีมือ

รับแปลงานเขียนบทความ ถ่ายรูป ปลูกต้นไม้ขาย หรือขับรถส่งอาหาร เป็นต้น

เพราะเป็นการเพิ่มรายได้ โดยที่ไม่ต้องควักเงินทุน หรือกลัวเจ๊ง

แต่ถ้าเกิดใครมีทำเลดีๆ บวกกับมีฝีมือทำอาหารอยู่แล้วละก็อาจจะลองเปิดร้านทำอาหารขาย

สร้างรายได้อีกทาง ก็น่าสนใจไม่น้อย ลองดูตามไอเดียนี้เลย

2. หาแหล่งพักเงินที่ดีกว่าฝากออมทรัพย์

วิธีเก็บเงินด้วยการฝากบัญชีออมทรัพย์เพียงอย่างเดียว

อาจไม่เพียงพอ และให้ผลตอบแทนที่น้อยเกินไป เพราะฉะนั้น

การนำเงินไปกระจาย ลงทุนในสินทรัพย์อื่นๆ ด้วย จึงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจกว่า

เช่น ซื้อกองทุนรวม ที่ให้ผลตอบแทนราว 5-15% ซึ่งผลตอบแทนที่เราได้รับ

ก็ขึ้นอยู่กับนโยบายการลงทุนของกองทุนนั้นๆ ตามความเสี่ยงที่เราสามารถยอมรับได้

คือยิ่งเสี่ยงมาก ผลตอบแทนที่มีโอกาสได้ ก็ยิ่งมากนั่นเอง การเลือกลงทุนในกองทุนรวม

นอกจากจะมีข้อดีตรงที่เราไม่ต้องมาคอยจัดการเอง เพราะมีมืออาชีพมาบริหารจัดการความเสี่ยงให้เรียบร้อย

ในกองทุนบางประเภท เช่น กองทุน R M F หรือ L T F ยังให้สิทธิประโยชน์

สามารถนำเงินไปลดหย่อนภาษีได้ด้วย จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับใครที่ฐานเงินเดือนถึงเกณฑ์ต้องเสียภาษี

3. งดเที่ยวสังสรรค์บ้าง

หากใครเป็นคนติดเที่ยว ติดเพื่อน วันหยุดสุดสัปดาห์ทีไรต้องออกไปสังสรรค์ให้ได้ละก็

ขอบอกเลยว่าหากงดได้ ก็ทำเถอะ เพราะจะช่วยให้ปีนึงเราเหลือเงินเก็บในบัญชีอย่างน้อยๆ ปีละกว่า 24,000 บาท กันเลยนะ

เพราะหากเที่ยวแค่สัปดาห์ละครั้ง ค่าใช้จ่ายต่อครั้งไม่ต่ำกว่า 500 บาทแน่นอน

4. ทำอาหารกินเอง

อีกวิธีง่ายๆ ที่ช่วยเพิ่มเงินในกระเป๋าได้ดีแบบไม่น่าเชื่อก็คือ การทำอาหารกินเอง หรือกินข้าวที่บ้านให้มากขึ้น เพราะรู้ไหมว่า

หากเราเลือกไปกินอาหารตามร้านข้างนอก อย่างน้อยก็มื้อละ 40-100 บาทแล้ว คิดดูถ้ากิน 3 มื้อ รวมเป็นเงินวันละ 120-300 บาท เลยนะ

ต่างกันเยอะเลย กับการเลือกทำอาหารกินเอง รวมทั้งวันอาจจะเสียเงิน ไม่ถึง 100 บาท ด้วยซ้ำ ประหยัดได้วันละเป็นร้อยเลย

ถ้าทำได้ครบปีนี่ประหยัดได้กว่า 30,000 บาท รวมถึงคนที่ชอบไปกินร้านหรูๆ ทุกสัปดาห์ด้วย

เพราะไปทีนึงก็หมดเงินไม่ต่ำกว่า 1,000 บาท แน่นอน สมมติไปทุกสุดสัปดาห์

เดือนนึงนี่จ่ายไปไม่ต่ำกว่า 4,000-5,000 บาท ซึ่งถ้าลดได้หันมาทำเองที่บ้าน ปีนึงประหยัดเงินได้เกือบ 50,000 บาทเชียวนะ

5. ฝากประจำเดือนละ 8,300 บาท

สำหรับใครที่ขี้เกียจ ต้องมาคอยหยอดกระปุกทุกวัน อาจจะเลือกเก็บเป็นรายเดือน

หักเงินเดือนที่ได้เข้าบัญชีฝากประจำแบบอัตโนมัติไปเลย เป็นเหมือนการบังคับตัวเอง ให้มีวินัยออมเงินที่ได้ผลดีเชียวล่ะ

โดยเงินขั้นต่ำที่ออมควรอยู่ที่ 8,300 บาท ต่อเดือน เพราะเมื่อรวมกับดอกเบี้ยของบัญชีฝากประจำ

ที่ได้รับราว 1-2.5% จะทำให้เมื่อฝากครบปี เราจะมีเงินเก็บครบแสนได้โดยการออมเงินผ่านบัญชีฝากประจำ

เราสามารถเลือกได้ ทั้งแบบที่ไม่ต้องฝากเท่าๆ กันทุกเดือน สามารถเติมเงินในแต่ละเดือนได้เรื่อยๆ ซึ่งปกติแล้ว

จะเป็นการฝากประจำ 3 เดือน 6 เดือน และ 12 เดือน แต่ดอกเบี้ยที่ได้รับจะโดนหักภาษี 15% ส่วนใครที่คิดว่าตัวเองมีวินัยมากพอ

ก็อาจจะเลือกฝากประจำแบบปลอดภาษี ที่ได้ดอกเบี้ยสูงกว่า ซึ่งจะมีระยะเวลาฝาก 24 เดือน ขึ้นไป

รวมถึงต้องฝากจำนวนเงินเท่าๆ กันทุกเดือนด้วย ใครสะดวกแบบไหนก็เลือกได้ตามความเหมาะสมของตัวเองเลย

6. เก็บเงินหยอดกระปุกวันละ 275 บาท

ถ้าอยากมีเงินแสนภายใน 1 ปี คิดง่ายๆ เลย คือเราต้องเก็บเงินให้ได้อย่างน้อย

วันละ 275 บาท ซึ่งวิธีง่ายๆ อย่างหยอดเงินใส่กระปุกนี่แหละ ที่เห็นผลได้ดีเลย แต่ต้องอาศัยความมีวินัยในตัวเอง

หมั่นออมเป็นประจำทุกวัน ถ้าทำได้แบบนี้ ครบปีเมื่อไหร่ แคะกระปุกออกมา ได้เป็นเศรษฐีนอนนับเงินแสนแน่นอน

7. เลิกบุหรี่

การสูบบุหรี่นอกจากจะทำ ร้ายสุขภาพ ยังทำลายเงินในกระเป๋าเราอีกด้วย เพราะเต็มไปด้วยค่าใช้จ่ายมากมาย

เอาง่ายๆ สมมติเฉลี่ยแล้ว เราสูบบุหรี่สัปดาห์ละ 4 ซอง ราคาซองละ 80 บาท นั่นหมายถึง คิดเป็นค่าใช้จ่าย

อย่างน้อยๆ ปีละ 15,360 บาทเลยนะ ซึ่งบางคนอาจจะสูบมากกว่านี้ ก็คูณเป็นตัวเงินที่มากเข้าไปอีกไม่หมดแค่นั้น

การสูบบุหรี่เป็นประจำ ยังตามมาด้วยโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ ซึ่งบอกเลยว่า ถ้าเกิดเจ็บป่วย หรือเป็นอะไรขึ้นมาจากการสูบบุหรี่

ค่าใช้จ่ายสำหรับการรักษาพยาบาล และดูแลตัวเอง ไม่ใช่เงินจำนวนน้อยๆ เลยเสียเป็นหลักแสนหลักล้านก็มีให้เห็นมาแล้ว

เพราะฉะนั้น ใครที่สูบบุหรี่ อยู่ถ้าลดได้ ก็ขอให้ลดเถอะ หรือหักดิบเลิกสูบไปเลยก็ได้ คงช่วยเพิ่มเงินในกระเป๋าได้อีกมากเลยล่ะ

8. เปลี่ยนมาดื่มกาแฟชงเอง

รู้ไหมว่าการดื่มกาแฟทุกวัน เป็นปัญหาที่คอยกวนใจการเก็บเงิน ของหลายคนได้แบบไม่น่าเชื่อเลย

เพราะลองคิดดู ถ้าเราดื่มกาแฟแบรนด์ดัง ที่ขายกันอยู่แก้วละประมาณ 120 บาท ทุกวัน แสดงว่าใน 1 ปี

ต้องเสียเงินไปถึง 43,800 บาท หรือเกือบครึ่งแสนเลยทีเดียว ดังนั้น วิธีแก้ง่ายๆ อาจจะลองเปลี่ยนมาดื่มกาแฟที่มีราคาถูกลง

เช่น แก้วละประมาณ 30 บาท ก็จะช่วยให้เรามีเงินเก็บเพิ่มถึงปีละ 32,850 บาท

หรือถ้าหันมาชงเองที่มีราคาแค่ซองละประมาณ 5 บาท ยิ่งช่วยประหยัดได้อีกถึงปีละ 41,975 บาท กันเลย