แต่ละคน ต่างเป็นทาสของเงินทอง และโชคชะตา

แต่ละคน ต่างเป็นทาสของเงินทอง และโชคชะตา

คนแรก ขับรถเบนซ์ ราคา 3 ล้าน เขาเป็นหนี้แบงค์ 12 ล้าน

ชีวิตของเขา อยู่บนเส้นแบ่งระหว่างความเป็นกับความต าย

คนที่สอง ขับโตโยต้า ราคา 7 แสน เขากู้แบงค์มาผ่อนบ้าน ราคา 2 ล้าน

ชีวิตของเขา มักมีเรื่องให้กลุ้มใจอยู่เสมอ

คนที่สาม ขี่มอเตอร์ไซค์ราคา 5 หมื่น เขามีเงินฝากแบงค์ 7 แสน

ชีวิตแม้จะราบรื่น แต่ก็รู้สึกว่างเปล่าไร้สาระ

เมื่อทั้ง 3 คนมาเจอกัน คนขี่มอเตอร์ไซค์ อิจฉาคนขับโตโยต้า

คนขับโตโยต้า อิจฉาคนขับเบนซ์ คนขับเบนซ์ อิจฉาคนขี่มอเตอร์ไซค์

นี่คือ “ความเป็นจริงของสังคม” ที่แต่ละคนต่างเป็นทาสของเงินทอง และโชคชะตา

วันหนึ่งคุณจะเลิกนึกถึงเรื่อง ที่เคยทำให้คุณเสียใจ

คนที่คุณเคยแคร์ เคยเจ็บปวดกับการกระทำของเขา

จะกลายเป็นแค่ “คนรู้จัก” ที่เคยผ่านเข้ามา แต่ไม่มีผลอะไรกับใจคุณอีกต่อไป

วันหนึ่ง ความโกรธ เกลียด อยากเอาชนะ จะกลายเป็นความรู้สึก นิ่งเฉย ว่างเปล่า

ไม่สนใจด้วยซ้ำว่า เขาจะไปลงนรก หรือขึ้นสวรรค์กับใคร ที่ไหน ยังไง

วันหนึ่ง คุณจะเลิกเสียดายเวลาที่ผ่านมา แล้วรู้สึกถึงคุณค่าของเวลาที่เหลืออยู่

คุณจะอยากทะยานไปข้างหน้าให้ไกลกว่าเดิม มากกว่าจมปลัก อยู่กับอดีตที่เลวร้าย

วันหนึ่ง คุณจะให้อภัยตัวเอง และยกโทษให้คนที่ทำร้ายคุณได้อย่างไม่มีอะไรค้างคาต่อกัน

คุณจะเข้าใจเหตุผล เหตุการณ์ และเรื่องราว คุณจะเลิกหาคำตอบ ว่าใครผิด หรือถูก

สิ่งเดียวที่คุณจะรู้สึกคือ “ดีแล้วที่มันจบ”

วันหนึ่งคุณจะ “ตาสว่าง” และเข้าใจว่าคนที่คุณต้องรักคือ “ตัวคุณเอง”

และคนที่ต้องรับผิดชอบความสุขของคุณไม่ใช่เขา และไม่จำเป็นต้องมีเขา

คุณก็อยู่ได้สบาย และมีความสุขกว่าเดิม

วันหนึ่งคุณจะรู้ว่า “ไม่มี” ดีกว่าเยอะ แล้วคุณจะขอบคุณตัวเอง ที่เข้มแข็งมากพอ

ที่ไม่เดินย้อนกลับไปในวันนั้น วันหนึ่งคุณจะเข้าใจว่า แมวชอบกินปลา แต่กลับว่ายน้ำไม่เป็น

ปลา ชอบกินไส้เดือน แต่ก็ไม่สามารถขึ้นบก มาขุดไส้เดือนได้

สวรรค์ เอาเหยื่อมากมาย มาล่อเรา แต่ก็ไม่ให้ได้มันมา โดยง่ายดาย

เรื่องใหญ่สักเท่าใดของวันนี้ ถึงพรุ่งนี้ก็กลายเป็นเรื่องเล็กจิ๊บจ๊อย

เรื่องใหญ่สักเท่าใดของปีนี้ ถึงปีหน้าก็กลายเป็นนิทาน

อย่างมาก พวกเราก็เป็นเพียงแค่คนที่มี “นิทาน” ไว้เล่าให้คนอื่นฟัง ชีวิตก็มีเพียงเท่านี้