“แล้งน้ำใจ” ตราบาปของคนเห็นแก่ตัว

“แล้งน้ำใจ” ตราบาปของคนเห็นแก่ตัว

เคยคิดกันไหมว่า “มีน้ำใจ” เป็นคำที่มีแต่กับคนภูมิภาคเรา (ไทยและจีน เป็นต้น)

ใช้เป็นน้ำคำสำหรับเรียก คนที่มีนิสัยชอบเอื้อเฟื้อ เผื่อแผ่ ชอบช่วยเหลือ

แต่สำหรับคนที่มีนิสัยที่เห็นแก่ตัว เอาแต่ได้ ไม่ชอบให้อะไรใคร เอาตัวรอดคนเดียว

คนก็จะพาลกันนินทาว่าร้ายว่าเป็นคน “แล้งน้ำใจ” ต่างๆ นาๆ

แน่นอนว่า ทุกคนต่างก็เข้าใจดีว่า คำเรียกข้างต้นนั้น มีความหมายเช่นไร

แต่ถ้าหากว่า เราต้องเลือกเป็น ระหว่าง “คนมีน้ำใจ” กับ “คนแล้งน้ำใจ”

คุณจะเลือกเป็นคนแบบไหน? ในบางสถานการณ์ที่ยากจะเลือก

บางคน อาจจะคิดแล้วว่า ยังไงก็ขอเป็น คนมีน้ำใจ สิ ใครๆ ก็ชอบเป็นทั้งนั้นแหละ

มันดูดี มันดีงาม มันดู perfect มันดูเป็นคน friendly มันดูมีเสน่ห์ อะไรก็ว่ากันไป

ส่วนบางคนนั้น กลับคิดพิจารณาก่อนว่า ตนเอง ควรจะวางตัวเช่นไร

บางครั้งก็อาจจะต้องกล้ำกลืนฝืนทนกับคำนินทา ที่ไม่รู้ต้นสายปลายเหตุที่แท้จริงไปอีกนานหลายปี

ใช่ เราจะยกตัวอย่างเหตุการณ์ที่ค่อนข้างใกล้ตัวเราให้ลองพิจารณากันดู

สถานการณ์แรก คุณมีเงินติดตัว 300 บาท ทั้งเนื้อทั้งตัว ทั้งเงินในบัญชี มีเหลือเท่านี้

เงินเดือนยังไม่ออก คุณใช้ชีวิตแบบเดือนชนเดือนมาตลอด แล้วมี ญาติพี่น้อง คนสนิท ของคุณ

เดือดร้อนมาก จำเป็นต้องใช้เงินด่วนเป็นจำนวนหลายหมื่นบาท

ทั้งที่เขามีเงินสด แต่ยังจะขอจากคุณ คุณจะเลือกเป็นคนแบบไหน?

คุณจะช่วยเหลือเค้าไหม? สถานการณ์สอง คุณมีเพื่อนสนิทคนหนึ่ง ที่คุณเคยช่วยเหลือเขาอยู่บ่อยๆ

บ่อยจนทำให้คุณสูญเสียมากเกินกว่าที่จะได้รับจากเพื่อนคนนี้

วันหนึ่ง เขาขอให้คุณช่วยงานวันสำคัญของเขา ตั้งแต่จัดงาน เลือกสี เลือกธีม

ทำของชำร่วย การ์ด ทุกอย่างในงานคุณต้องทำให้เขาทั้งหมด

ต้องเปลี่ยนใหม่ตามความต้องการของเพื่อนคุณทันที ที่เขาต้องการเปลี่ยน

ทำฟรีๆ คุณจะทำหรือไม่? คุณจะเลือกเป็นคนแบบไหน?

ใช่แล้วล่ะค่ะ ในหลายๆ สถานการณ์ที่บีบบังคับเราอยู่ทุกวันนี้

มันทำให้หลายคนกลายเป็น “คนแล้งน้ำใจ” ไปโดยไม่รู้ตัว

การถูกสาปส่ง สาปแช่ง เพราะดันไป “แล้งน้ำใจ” ในสถานการณ์

ที่บีบบังคับให้ไม่มีทางเลือกมากนักซะนี่ การเป็น “คนแล้งน้ำใจ” ของคุณ

มันอาจจะส่งผลต่อจิตใจของใครอีกคน หรืออีกหลายๆ คน

แต่แท้ที่จริงแล้ว พื้นฐานของ “คนที่แล้งน้ำใจโดยแท้จริง” เท่านั้น

ถึงจะกล้ากล่าวหาคุณว่าเป็น “คนแล้งน้ำใจ” โดยไม่คิดถึงความเป็นจริง

หรือความเดือดร้อนของคุณแม้แต่น้อย คนที่ไม่เคยคิดคำนึงถึงความทุกข์ร้อนของผู้อื่น

เรียกร้องแต่จะหาผู้คนมาช่วยเหลือ โดยที่ไม่รู้จักพึ่งพาตนเอง เรียกร้องหาแต่สิ่งฟุ่มเฟือย

โดยไม่คิดที่จะเสียสิ่งใดแลกเปลี่ยน เรียกง่ายๆ ว่า “คนเห็นแก่ตัว” เป็นพื้นฐานสำคัญของ “คนแล้งน้ำใจตัวจริง”

ด้วยฐานแห่งความเห็นแก่ตัว อะไรๆ ก็ต้องเอาตนเองเป็นใหญ่ คนอื่นต้องทำตาม

แม้จะต้องเสียเวลานานนับเดือน นับปีไปอย่างเปล่าประโยชน์ เพื่อตน คนเดียวเท่านั้น

แน่นอนว่า พอมีคนมาขัดใจ ไม่ยอมทำตามความต้องการของตนเอง

ก็พาลด่ากราดไป ว่า เขาเหล่านั้น เป็น “คนแล้งน้ำใจ” “เป็นคนเลว” “นิสัยแย่”

“ไม่รักเพื่อน” “ไม่รักครอบครัว” หรืออะไรอื่นๆ ตามมาอีกมากมาย

หากคุณยังเด็ก ยังมีวุฒิภาวะไม่มากพอ คุณอาจจะยอมทำตามไป เพื่อไม่ให้มีปัญหา

แต่หากคุณพร้อมที่จะใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพต่อจิตใจของคุณเอง คุณควรเลือกทำ

ในสิ่งที่ “ควรทำ” ถึงแม้มันจะขัดใจคนอื่นบ้าง แต่เพื่อ “ความสบายใจ” ของคุณ

“สุขภาพจิตที่ดี” ของคุณในอนาคต คุณก็ควรจะเลือกที่จะเป็น “คนแล้งน้ำใจ” ก้บ “คนแล้งน้ำใจโดยสั น ด า ร”

วันนี้ เรามานั่งคิดๆ ดูแล้ว เราไม่เคยเห็นคนที่เขามีน้ำใจที่ไหน จะไปว่าคนอื่น

ว่า “แล้งน้ำใจ” นอกจาก “คนเห็นแก่ตัว” แบบสุดๆ เท่านั้นแหละ ที่พอเห็นคนอื่น “ขัดใจ”

ไม่ยอมทำตามความต้องการ ก็พาลด่าเขาว่า “แล้งน้ำใจ” บ้าง “อกตัญญู” บ้าง “เห็นแก่ตัว” บ้าง

คือ ก็ต้องยอมรับนะว่า คนเราก็ต้องมีโมเม้น “เห็นแก่ตัว” บ้าง

จะมัวมาทำอะไรไร้สาระโดยเสียเวลาเปล่าๆ คือ มันก็ไม่ใช่

ถามว่า ถ้าเราสูญเสียเครดิตต่อผู้ใหญ่ เพราะคนๆ เดียว

แล้วเขายังเรียกร้องอะไรต่อมิอะไรจากเราอยู่เรื่อยๆ แบบฟรีๆ

เรายังควรจะไปมีน้ำใจกับเขาอีกไหม?

หรือแม้แต่เรื่องช่วยเหลือญาติพี่น้องเหมือนกัน ความทุกข์ของตัวเองนี่

เท่าผืนน้ำทะเล เท่ามหาสมุทร ความทุกข์ของคนอื่นนี่ ขี้มดไปเลย

ตัวเองเดือดร้อน เงินมี แต่ไม่ยอมจ่าย จะเอาเงินคนอื่นจ่าย มันไม่ถูกต้อง

คนเห็นแก่ตัวนี่ ตรรกะแปลกๆ และมีเพิ่มขึ้นทุกวี่ทุกวัน