ในทุกช่วงจังหวะชีวิต ใครเคียงข้างเธอ

ในทุกช่วงจังหวะชีวิต ใครเคียงข้างเธอ

แม้คำพูดบางคำ มันส่อไปทางไม่ดีนั้น แต่ก็ไม่ควรฟันธงว่าเขานอกใจคุณ

ดังนั้น คุณควรสังเกตพฤติกรรมของแฟนคุณด้วยนะคะ

1. “คุณกำลังไม่เชื่อใจกันอยู่นะ แล้วจะไปต่อกันได้ยังไง”

คำพูดแบบนี้จากเขามักทำให้คุณรู้สึกว่าตัวเองงี่เง่าที่คิดมากไป ในท้ายที่สุดคุณเองก็เป็นฝ่ายต้องไปง้อ

พร้อมสัญญาว่าจะเชื่อใจเขา อันที่จริงมันอาจเป็นกลลวงแกล้งทำเป็นน้อยใจที่คุณไม่เชื่อใจเขาก็ได้

แทนที่เขาจะพูดเช่นนั้น ควรให้เขาอธิบายสิ่งที่คุณเข้าใจผิดให้เข้าใจตรงกันดีกว่า อย่าให้เขาตัดบทเพียงแค่คำพูดนี้

2. “ก็เพราะคุณเป็นแบบนี้ไง”

เริ่มชัดแล้วสำหรับคำพูดนี้ “ก็เพราะคุณเป็นแบบนี้ไง” นอกจากเขาจะไม่ยอมรับผิดที่นอกใจคุณแล้ว

เขายังโทษว่ามันเป็นความผิดของคุณอีกด้วย และหากว่าคุณเป็นคนใจอ่อนก็เข้าแผนเขาเลย

คุณคงต้องเป็นฝ่ายขอโทษเขาพร้อมสัญญาจะปรับปรุงตัวเองใหม่ไม่ให้เขารำคาญใจ

หากปล่อยให้เขาถือไพ่เหนือกว่าหรือใจอ่อนทุกครั้ง คุณก็จะตามเขาไม่ทันสักที

3. “ไม่อยากเสียคุณไป”

หากเขาเริ่มเล่นบทดราม่าน้ำตาแตกเมื่อคุณยืนกรานจะเลิกรากับเขาละก็

เชื่อเถอะว่านอกจากเขาจะไม่อยากเสียคุณไปแล้ว เขาก็ไม่อยากเสียอีกคนไปด้วยเช่นกัน

คนที่คิดจะจับปลาสองมือเพื่อให้ตัวเองมีความสุขไม่มีทางจริงจังกับใครหรอก

4. “คนนั้นเป็นแค่เพื่อน”

หากว่าคุณเห็นความผิดปกติจากใครคนหนึ่งที่เข้ามาพัวพันชีวิตของเขา

ทั้งในโลกโซเชียลหรือชีวิตจริงบ่อยกว่าคนอื่นๆ แต่เขากลับไม่เคยพูดถึงคนๆ นี้ให้คุณฟังเลย

แต่พอคุณไปถามเขาเพื่อให้หายแคลงใจ หากเขาตอบว่า “คนนั้นเป็นแค่เพื่อน”

แถมยังเป็นเพื่อนที่คุณไม่เคยรู้มาก่อนเสียด้วย แบบนี้น่าสงสัยสุดๆ

5. “ยังรักคุณและอยากอยู่กับคุณเหมือนเดิมนะ”

หากว่าคุณจับได้ว่าเขานอกใจแต่เขากลับพูดว่ายังรักและอยากอยู่กับคุณเหมือนเดิม

แน่นอนว่าเขาอาจไม่ได้พูดกับคุณคนเดียว ซึ่งก็เป็นเรื่องที่คุณต้องคิดแล้วล่ะว่า

หลังจากนี้จะเชื่อใจเขาได้อีกหรือเปล่า ซึ่งมันอาจไม่คุ้มที่จะให้โอกาสเขาอีกครั้งก็ได้

6. “อย่ายุ่งกับโทรศัพท์”

เราไม่ได้สนับสนุนให้คุณก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวของเขาโดยการเช็กโทรศัพท์หรือค้นกระเป๋าสตางค์

แต่หากบังเอิญว่าคุณไปหยิบจับโทรศัพท์ของเขาและเขากลับมีพฤติกรรมแปลกๆ

เช่น หวงโทรศัพท์แบบที่คุณแตะต้องไม่ได้ หรือต่อว่าคุณแล้วทำเนียนโกรธคุณ

นั่นอาจเป็นเพราะว่าเขากำลังกลบเกลื่อนความจริงบางอย่างอยู่ก็เป็นได้

7. “คนนั้นไม่มีความหมายอะไรเลย”

หากเขาเทิดทูนคุณว่าดีกว่าใครอีกคนอย่างนั้นอย่างนี้ มันก็ไม่ได้แปลว่าเขารู้สึกอย่างนั้นจริงๆ

จำไว้ว่าหากเขารักคุณจริงๆ เขาจะไม่มีทางนอกใจคุณ ที่สำคัญลองท้าให้เขาเชิญชวนคนนั้นมาเจอกับคุณ

แล้วให้เขาพูดแบบนี้ต่อหน้า แล้วดูสิว่าเขาจะกล้าหรือเปล่า แต่ทางที่ดีที่สุดอย่าเสียเวลาไปกับคนไม่จริงใจดีกว่า

8. “มีงานด่วน/ประชุมดึกนะ”

หากว่าเขากลับบ้านไม่ตรงเวลาหรืออ้างเรื่องงานบ่อยๆ ก็อย่านิ่งนอนใจ

คิดว่าเขาขยันทำงานเพื่อสร้างครอบครัวล่ะ แต่ทั้งนี้ก็ไม่ควรกระโตกกระตากเกินไป

แต่ทำใจดีสู้เสือแล้วเนียนๆ ถามว่าเขาประชุมเรื่องอะไร

แล้วมีอะไรที่คุณพอช่วยได้หรือเปล่า หลังจากนั้นก็ลองสังเกตดูว่าเขามีทีท่าอย่างไร

ผู้หญิงสติดีคนหนึ่ง ต้องกลายเป็นคนบ้า สาเหตุเพราะผู้ชายคนหนึ่ง บีบเธอให้กลายเป็นเช่นนั้น

หนุ่มเอ๋ย ต่อให้หน้าที่การงานของเธอจะเจริญหรือยุ่งสักเพียงใด ความสำเร็จทำให้ผู้คนเข้าหาเธอมากมาย

ก็อย่าลืมผู้หญิงที่หัวฟูที่บ้าน ที่กรำทุกข์มาพร้อมกับเธอ ผู้ชายที่นิสัยดีคนหนึ่งต้องกลายเป็นคนมีบ้านเล็กบ้านน้อย

สาเหตุเป็นเพราะผู้หญิงคนหนึ่งบีบเขาให้กลายเป็นเช่นนั้น สาวเอ๋ย ต่อให้ต้องดูแลลูก ดูแลบ้านหรือเหนื่อยแค่ไหน

ก็ต้องดูแลใจผู้ชายของเธอด้วย จำวันที่เธอจนได้ไหม? ใครอุ้มชูเธอ?

จำวันที่เธอรวยได้ไหม? ใครอยู่เคียงข้างเธอ?

จำวันที่เธอล้มได้ไหม? ใครพยุงเธอ?

จำวันที่เธอท้อแท้ได้ไหม? ใครให้กำลังใจเธอ?

จำวันที่เธอเป็นหมาบ้าได้ไหม? ใครเตือนสติเธอ?

จำวันที่เธอหลงผิดได้ไหม? ใครดึงเธอ?

ในทุกช่วงจังหวะชีวิต ใครเคียงข้างเธอ