ไม่จัดงานแต่ง ไม่ได้แปลว่าไม่ให้เกียรติพ่อแม่ แต่ละครอบครัวมีภาระไม่เหมือนกัน

ไม่จัดงานแต่ง ไม่ได้แปลว่าไม่ให้เกียรติพ่อแม่ แต่ละครอบครัวมีภาระไม่เหมือนกัน

การแต่งงาน เป็นการเริ่มต้นของขีวิตคู่แบบจริงจัง และเป็นการประกาศ

ให้ญาติผู้ใหญ่รู้ว่า คนสองคนจะอยู่ร่วมทุกข์ร่วมสุขและดูแลกันไปจนแก่เฒ่า

ในอดีตถึงแม้ว่าการแต่งงานจะเป็นการผูกมัดทั้งสองฝ่ายให้อยู่ด้วยกันแล้ว แต่พบว่าในปัจจุบัน เป็นเพียงการเริ่มต้นชีวิตเท่านั้น

บางคนจัดงานแต่งหนึ่งครั้งใช้งบประมาณจำนวนมาก บางคนถึงกับต้องกู้หนี้ ยืมสินมา

เพื่อทำการแต่งงาน ทั้งๆ ที่ ยังไม่พร้อม บางครอบครัวพ่อแม่มีให้ สนับสนุนฝ่ายชาย ก็ถือว่าโชคดีไป

แต่ที่ผู้เขียนจะนำมาแนะนำวันนี้ เป็นเพียงแนวคิดหนึ่งของการแต่งงานแบบสมัยใหม่

ซึ่งไม่จำเป็นต้องโอ้อวด หรือว่าจัดงานใหญ่โตแต่อย่างใด ขอเพียงแค่ครอบครัวทั้งสองฝ่ายรับทราบด้วยกันเท่านั้นก็เพียงพอแล้ว

โดยไม่กี่วันที่ผ่านมา สมาชิกเฟซบุ๊กท่านหนึ่งได้โพสต์ระบุว่า มีเรื่องมาเล่า พ่อของแฟนพูดมาคำนึง

หาก “ชีวิตคู่เริ่มต้นด้วยไปกู้หนี้ยืมสิน” มาแต่งงาน มันมีความสุขจริงๆ หรือ

เราทั้งคู่อยู่ด้วยกันรวม 10 ปี ก็ซื้อรถซื้อคอนโด มีเงินเก็บด้วยกัน ก่อนจะคุยเรื่องแต่งงาน

พ่อแม่รู้มาตลอดว่าอยู่ด้วยกัน พ่อบอกแค่นี้ ชีวิตลูกก็ประสบความสำเร็จแล้ว

การจัดงานแต่งงาน ไม่ใช่เป็นตัวชี้วัดความสุข พ่อแม่เข้าใจ

สร้างชีวิตสร้างครอบครัวให้สมบูรณ์ แล้วไปจดทะเบียนกันให้เป็นครอบครัวเดียวกันให้สมบูรณ์ก็พอ

เราไม่ได้จัดงานแต่งงาน ไม่ได้แปลว่าไม่ให้เกียรติพ่อแม่ แต่ผมและแฟนสะดวกแบบนี้

ทุกอย่างเลยโอเค เราจึงไปจดทะเบียนกัน และทั้งสองครอบครัวไปฉลองกันที่ร้านอาหาร อบอุ่น มีความสุข คุยกันถูกคอ

ตื่นขึ้นมา ไม่มีหนี้สินเพิ่ม ไปทำงาน หาเงินสร้างอนาคตกันต่อ “ครอบครัวเราเข้าใจ คนข้างบ้านไม่ต้องเข้าใจก็ได้”

สำหรับคู่บ่าวสาวที่มีงบน้อย และต้องการประหยัดค่าใช้จ่ายในงานแต่งงาน

เรามี 5 รูปแบบในการจัดงานแต่งงานแบบประหยัดมาแนะนำเช่นกัน

ซึ่งก็สามารถเลือกได้ตามความสะดวกและเหมาะสม แม้ว่าจะมีการลดขั้นตอนบางขั้นตอนไปบ้าง

แต่ก็ไม่ผิดรูปแบบของงานแต่งที่ถูกต้องตามประเพณีไทยอย่างแน่นอน โดยจะมีรูปแบบไหนบ้างไปดูกันเลย

1. ทำบุญเลี้ยงพระ ผูกข้อมือ จัดเลี้ยง

เป็นการทำพิธีแต่งงานแบบเรียบง่ายที่มีแค่ขั้นตอนการทำบุญเลี้ยงพระในตอนเช้า

ผูกข้อมือของเจ้าบ่าวเจ้าสาวในตอนสาย และจัดเลี้ยงตอนเย็นเท่านั้น

2. ตักบาตร ผูกข้อมือ กินเลี้ยง

รูปแบบนี้จะไม่มีการทำบุญเลี้ยงพระที่บ้าน แต่จะใช้วิธีการตักบาตรและถวายสังฆทานในตอนเช้าแทน

จากนั้นก็จะทำการผูกข้อมือบ่าวสาวพร้อมมอบสินสอด และปิดท้ายด้วยการจัดเลี้ยงอาหารตามความเหมาะสม

3. ทำบุญเลี้ยงพระ รดน้ำสังข์ จัดเลี้ยง

โดยเริ่มจากการทำบุญเลี้ยงพระในตอนเช้าตามปกติ แล้วเข้าสู่พิธีการรดน้ำสังข์

จากนั้นก็จะเลี้ยงฉลองกันในหมู่ญาติพี่น้องและแขกที่มาร่วมงาน

4. ทำบุญเลี้ยงพระ พิธีหมั้น รดน้ำสังข์ จัดเลี้ยง

จะมีการทำบุญเลี้ยงพระในช่วงเช้า เข้าสู่พิธีหมั้น รดน้ำสังข์ขอพรจากผู้ใหญ่

และจบด้วยการจัดเลี้ยงเล็กๆ น้อยๆ แก่แขกที่มาร่วมงาน ก็เป็นอันเสร็จพิธีในที่สุด

5. ตักบาตร พิธีหมั้น รดน้ำ จัดเลี้ยง

อีกรูปแบบการจัดงานแต่งพร้อมพิธีหมั้นที่เน้นความประหยัดเป็นหลัก

โดยรูปแบบนี้จะมีการตักบาตรในช่วงเช้าแทนการทำบุญเลี้ยงพระ

และเข้าสู่พิธีการหมั้นหมาย ตามด้วยการรดน้ำสังข์และจัดเลี้ยงแขกตามลำดับ

ต้องการจัดงานแต่งแบบประหยัด 5 รูปแบบการจัดงานเหล่านี้

ก็ถือเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับคู่บ่าวสาวเลยทีเดียว

ซึ่งจะเลือกแบบไหนดีนั้นก็ขึ้นอยู่กับความสะดวก และความพร้อมทางด้านการเงินของคู่บ่าวสาวนั่นเอง