ไม่ว่าจะอายุเท่าไร ก็ขาดแม่ไม่ได้

ไม่ว่าจะอายุเท่าไร ก็ขาดแม่ไม่ได้

ในโลกอันหนาวทรวง ลวงหลอกนี้ ช่างไม่มีธารรักอันศักดิ์สิทธิ์ ที่ซึมซาบดื่มด่ำอมฤต

เหมือนในจิตของแม่รักแท้จริง บางครั้งแม่มองดูเรา ภูมิใจ ดีใจ และเสียใจกับสิ่งที่เราทำ

ชีวิตก็เป็นอย่างนี้ ใกล้หมดเวลาของแม่เต็มที สายลมพัดผ่านเบาๆ แล้วชีวิตของคนที่รักเราที่สุดก็ดับไป

แด่ผู้หญิงที่ได้ชื่อว่าเป็นแม่ทั่วทั้งโลก ขอให้ลูกทุกคนอ่านแล้วคิดตาม ความรักของแม่ยิ่งใหญ่เสมอ

และมันจะเป็นเช่นนี้ไปชั่วกัลปาวสาน หากจะนึกถึงผู้หญิงสักคนนึง ที่เราควรที่จะรักมากที่สุด

ก็คงเป็นใครไปไม่ได้หรอก นอกจาก “แม่” ของเราเอง คนที่อุ้มท้อง ดูแลเรามาตลอด 9 เดือน ด้วยความยากลำบาก

ยอมอดทนห้ามกินอาหารของโปรด เพื่อลูกในท้อง เพื่อไปกินอาหารที่มีประโยชน์เพื่อลูกที่อยู่ในท้อง

คนที่เมื่อเราตอนเด็กๆ จะร้องไห้กลางดึกแค่ไหน แม่ก็ตื่นขึ้นมาเพื่อปลอบเรา แม้จะนอนไม่เต็มอิ่ม

คนที่คอยดูแลและห่วงใยเรามากที่สุด แม้เราจะดื้อ จะซน จะเอาแต่ใจมากแค่ไหน ก็ตาม แต่ก็ไม่เคยบ่น

จะมีใครสักกี่คนบนโลกใบนี้ ที่สามารถยอมแลกชีวิต เพื่อเราได้ คงไม่มีใครที่จะทำแบบนี้ได้เหมือนแม่เราหรอกนะ

จงรักแม่ของเราให้มากเอาไว้ เหมือนตอนที่เรายังเด็ก ที่แม่คอยดูแล คอยทะนุถนอมเราเป็นอย่างดีที่สุด

เพราะไม่ว่าเราจะแ ก่ไปมากสักแค่ไหน มีครอบครัว หรือไม่ก็ตาม เราก็ยังต้องการแม่มากที่สุดอยู่ดีนะ

หากพูดถึงคำว่าแม่ นั่นคือสิ่งที่ยิ่งใหญ่มากตั้งแต่เราเกิดมา แม่ต้องทุ่มเททั้งแรงกายและแรงใจ

เพื่อดูแลลูกจนเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่สมบูรณ์ แต่ในทางกลับกันคือเมื่อลูกยิ่งเจริญเติบโตขึ้น ผู้เป็นแม่ก็เริ่มชรา

ร่างกายก็พลอยทรุดโทรมลงตามลำดับ จนในที่สุดก็ต้องหยุดพักโดยปริยาย

เพราะสังขารร่างกายไม่อำนวยให้ทำงานได้เหมือนเมื่อก่อน แม้ว่าจิตใจจะแข็งแกร่ง

อยากทำสักปานใด แต่ไม่อาจฝืนธรรมชาติของสังขารได้

และด้วยบทบาท หรือหน้าที่ๆ ยิ่งใหญ่ของผู้เป็นแม่ จึงทำให้แม่เป็นบุคคลที่ศาสนา

ให้ความยกย่องเชิดชูเป็นอย่างมาก ซึ่งศาสนา หรือวัฒนธรรมต่างๆ ล้วนมีคำสอนส่วนหนึ่งที่กล่าวถึง

ความรักของแม่ที่มีต่อลูก และการตอบแทนพ ระคุณของลูกต่อผู้เป็นแม่

และศาสนาที่ประชาชนชาวไทยนับถือกันโดยทั่วไป ได้แก่ ศาสนาพุทธ ศาสนาอิสลาม ศาสนาคริสต์ ศ าสนาพราหมณ์-ฮินดู

และศาสนาซิกข์ ก็มีการยกเอาเรื่องความรักของแม่ และความกตัญญูของลูก

ต่อแม่มาเป็นหลักคำสอนสำคัญทางศาสนาด้วยเช่นกัน จึงเป็นหน้าที่สำคัญของลูก

ที่ต้องดูแลผู้เป็นแม่ ซึ่งนี่ถือเป็นการตอบแทนพระคุณของแม่อย่างหนึ่ง คือ การดูแลแม่ ยามแม่แก่ชรา

แต่แท้ที่จริงแล้ว การตอบแทนพ ระคุณของแม่ ลูกสามารถกระทำได้

ตั้งแต่เมื่อเราเป็นเด็ก หรืออาจจะกล่าวได้ว่า การตอบแทนพระคุณของแม่คือ

การทำหน้าที่ของลูกให้สมบูรณ์ตามวัยของตนเอง เช่น เมื่อเราเป็นเด็ก

หน้าที่สำคัญของลูก ก็คือ การตั้งใจเรียน การเป็นเด็กดี

และเชื่อฟังคำสั่งสอนของแม่ และเมื่อเราโตขึ้น จบการศึกษา และมีงานทำ หน้าที่สำคัญของลูก

ก็คือการดูแลให้แม่มีความสุขสมบูรณ์ทั้งทางร่างกายและจิตใจ เป็นต้น

เรื่องราวของแม่ ที่ลูกทุกคนเกือบลืมไปแล้ว

1. เมื่อเราเกิดมา เราอาจรู้สึกว่าแม่ของเราแก่จัง แต่เราคงลืมไปว่า ครั้งหนึ่งแม่ของเราเคยสาว

เคยสวยเคยเป็นเด็กวัยรุ่นช่างฝัน แม่ฝันว่า วันหนึ่งแม่จะมีครอบครัวที่น่ารัก

มีสามีที่ดี มีลูกที่ดี มีครอบครัวที่อบอุ่นแต่ชีวิตไม่ใช่นิ ยามที่จะเขียนได้อย่างใจ

“ช่างมันเถอะไม่เป็นไร” แม่คงคิดอย่างนั้นเพราะอย่างน้อยที่สุด ชีวิตก็พาให้เรากับแม่มาเจอกันจนได้

2. นอกจากต้องแบกน้ำหนักเกือบ 15 กิโลกรัม ตลอดระยะเวลาเกือบสิบเดือนแล้ว

ในวันที่เราลืมตาดูโลกยังเป็นวันเดียวกับวันที่แม่ต้องเจ็บปวดที่สุด

ในชีวิตเราอาจเคยได้ยินมาบ่อยๆ ว่าการคลอดลูกมันเจ็ บมากแต่เราไม่มีวันรับรู้

ความรู้สึกนั้นได้จริงๆ จนกว่าถึงวันที่เราต้องคลอดลูกเอง ลองมองหน้าแม่ของเราในวันนี้

เราอาจลืมไปแล้วก็ได้ว่าผู้หญิงคนนี้เคยเจ็บปวดเพื่อให้เราเกิดมา

3. แม่ของเราเคยรูปร่างดีกว่านี้ เคยมีผิวพรรณที่เปล่งปลั่งกว่านี้ แม่เคยสวยกว่านี้มาก จนถึงวันที่มีเรา

รูปร่างของแม่ ผิวพรรณของแม่ ไม่มีวันเหมือนเดิมอีกต่อไปเรารู้ใช่ไหมว่าแม่ต้องแบ่งปันร่างกายของแม่

เพื่อสร้างร่างกายของเรา เรารู้ใช่ไหมว่า หลังจากคลอดเราออกมา เส้นผมของแม่ร่วงเป็นกระจุกๆ อยู่หลายเดือน

เรารู้ใช่ไหม ถ้าแม่ไม่มีเรา แม่คงจะเป็นผู้หญิงที่มีรูปร่างหน้าตาสวยกว่านี้อีกเยอะเลย

4. ในอดีต เวลาส่วนใหญ่ในชีวิตของแม่ เคยเป็นของแม่เอง แม่จะไปไหนก็ได้ จะทำอะไรก็ได้

จะเที่ยวสนุกหรือทำเพื่อตัวเองแค่ไหนก็ได้ สิ่งนี้ได้เปลี่ยนไปตั้งแต่วันที่เราลืมตาดูโลกสองเดือนแรกที่เราเกิดมา

แม่ของเราต้องอุ้มเราตลอดเวลา เพราะเราร้องไห้ ตลอดเวลา เราตื่นทุกๆ สองชั่วโมง

ขับถ่ายทุกๆ สองชั่วโมงทำให้แม่ต้องอยู่ใกล้ชิดเรา ไม่มีเวลากิน ไม่มีเวลานอน

ไม่มีเวลาไปไหนมาไหน หนึ่งปีแรก ที่เราหัดเดิน แม่ของเราต้องเดินตามเราตลอดเวลา

เพื่อไม่ให้เราเป็นอันตราย เงินส่วนใหญ่ ถูกใช้เพื่อซื้อของจำเป็นให้เรา ค่าคลอด ค่ารักษา

ค่าฉีดวัคซีน ค่านม ค่าของ ค่าเสื้อผ้า มันไม่ง่ายเลยสำหรับเงิ นก้อนนั้นที่แม่ของเราเพิ่มเริ่มสร้างเนื้อสร้างตัว

5. เมื่อเราเข้าเรียนอนุบาล แม้มันเป็นเรื่องธรรมดาที่เรากับแม่ต้องห่างกัน แต่แม่ก็เป็นห่วงเรา

อยู่ดีแม่คิดในใจว่า “โอ้โห ค่าเรียนอนุบาลทำไมแพงจัง” เมื่อแม่คิดได้อย่างนั้น ทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นของใช้ส่วนตัวของแม่

จึงถูกลดเราภาพลงทั้งหมด กินถูกๆ ใช้ของถูกๆ ใส่เสื้อผ้าถูกๆ ทำทุกอย่างเพื่อลดค่าใช้จ่าย

เพื่อให้เรามีสิ่งที่ดีที่สุดในเวลานี้ เรารู้รึเปล่าว่า แม่ของเราแทบไม่ได้ไปเที่ยวอีกต่อไป

เวลาแม่คิดถึงอนาคต มันไม่ใช่อนาคตของแม่แต่เป็นอนาคตของเรา

แม่ไม่ใช่นางเอกในชีวิตของตัวเองอีกต่อไปแล้ว ความเป็นแม่ของแม่มากขึ้นทุกทีๆ แม่

ได้ทำอะไรอีกหลายอย่างที่ไม่เคยคิดว่าชีวิตนี้จะทำได้ เพื่อที่เราจะได้รับการศึกษาที่ดีที่สุด

แต่อย่างไรก็ตามมีคนหลายคนที่เมื่อโตขึ้น กลับหลงลืมไปว่าใครสำคัญที่สุดในชีวิต

สิ่งต่างทั้งหลายที่ลูกมองข้ามไปมองว่าไม่ดี หรือไม่เคยมองและนึกถึงนั้น

เป็นเพราะความรักที่มีให้กับลูกล้วนๆ ทั้งยังเป็นรักที่บริสุทธิ์อีกด้วย