ไม่ว่าเกิดอะไรขึ้น สติและความเมตตา​ ช่วยได้เสมอ

ไม่ว่าเกิดอะไรขึ้น สติและความเมตตา​ ช่วยได้เสมอ

ไม่ว่าเกิดอะไรขึ้น “สติ และ ความเมตตา” ช่วยได้เสมอ

ถ้าเป็นปัญหาที่แก้ไขได้ การมีสติ และความเมตตา

จะช่วยให้เรากลับมาตั้งหลักในการแก้ปัญหาได้เร็วขึ้น ประสิทธิภาพดีขึ้น

และ แก้ไขปัญหาได้รอบคอบขึ้น สุขุมขึ้น ถ้าเป็นปัญหาที่แก้ไขไม่ได้

การมีสติ และ ความเมตตาจะช่วยให้ใจเราสงบมากขึ้น มั่นคงมากขึ้น

ไม่หวั่นไหวจนเกินไป ใจไม่พังมาก ช่วยให้ใจยอมรับกับปัญหาที่แก้ไม่ได้ได้มากขึ้น

ความทุกข์ในใจจะลดลง สติ คือ การรู้ตน เช่น “รู้” ความคิด อารมณ์ ความรู้สึก

ความต้องการ ความคาดหวัง และปฏิกิริยาร่างกาย การกระทำที่กำลังทำ

ช่วยให้ใจมีกำลัง และมีปัญญามากขึ้น

ความเมตตา มีทั้งความเมตตากับตนเอง และความเมตตากับผู้อื่น

ความเมตตา คือการเข้าใจ ความเห็นใจ อย่างที่เป็นตามเหตุปัจจัย

ช่วยให้ใจอ่อนโยน อ่อนนุ่ม อบอุ่น และมั่นคง

เข้าใจธรรมชาติตนเอง เข้าใจธรรมชาติคนอื่น ยิ่งโตยิ่งมีความสุข

เพราะไม่ว่าเกิดอะไรขึ้น สติและความเมตตา​ ช่วยได้เสมอ

อย่าอารมณ์ ก็มีหลายชนิด ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในการใช้ชีวิตในแต่ละวัน

ถ้าเราทำอารมณ์ให้ดีอยู่เสมอ ก็ไม่ตกเป็นทาสอารมณ์ร้ายๆ ในใจเราค่ะ

เคยไหมคะ เห็นหน้าคนๆ นี้ แล้วคุ้นๆ นึกชื่อไม่ออก

เพื่อนที่เราไม่ได้เจอกันนาน เราอาจจะลืมชื่อเขาไปแล้ว

หรือป้าแม่บ้านที่มากวาดออฟฟิศให้แทบทุกวัน เราก็ไม่รู้จักชื่อเขาเหมือนกัน

ชื่อเป็นสิ่งสำคัญทีเดียว แม้แต่ตุ๊กตาหรือสิ่งของที่เราให้ความสำคัญ

เราก็มักจะตั้งชื่อให้สอดคล้องกับลักษณะของสิ่งนั้น

วันนี้จะชวนมาเรียกชื่อ แต่ไม่ใช่ชื่อคนนะคะ ชื่อของ “อารมณ์” ค่ะ

หลายๆ ครั้ง ที่อารมณ์โผล่ขึ้นมาให้เห็น แล้วเราก็ไม่รู้จะเรียกเขาว่ายังไงดี

ลองค่อยๆ สังเกตหน้าตา ท่าที ของอารมณ์ แต่ละชนิดนะคะ

เขาเหมือนแขกมาเคาะประตูบ้าน บางครั้งก็มาพร้อมกันหลายคน ทำเรายิ่งสับสนเรียกชื่อไม่ถูก

บางครั้งก็เหมือนเพื่อนบ้าน ที่มาจากครอบครัวเดียวกัน หน้าตาคล้ายๆ กัน แต่ไม่เหมือนกันเสียทีเดียว

เริ่มจากง่ายๆ ก่อน ดีใจ เสียใจ โกรธ กลัว ขยะแขยง อันนี้เป็นตระกูลใหญ่

จากนั้นค่อยรู้จักชื่อที่ซับซ้อนมากขึ้น เช่น น้อยใจ อิจฉา ตื่นเต้น หงุดหงิด เบื่อ สงบ กังวล เหงา ฯลฯ

พอเก่งขึ้น ก็ค่อยๆ แยกแยะว่า เจ้าก้อนอารมณ์นี้มีชื่ออะไรปนอยู่บ้างนะ

เช่น อาจจะทั้งโกรธทั้งน้อยใจ ทั้งดีใจทั้งกังวล ผสมๆ กันไป

เรียกชื่อถูกแล้ว ก็ง่ายขึ้นในการทำความรู้จักเขานะคะ

อย่างไรก็ตาม แขกก็เป็นเพียงแขก ถ้าเราให้ความสำคัญ

หรือให้เวลากับแขกมากเกินไป ก็เหมือนปล่อยให้แขกมายึดบ้านเรา

จึงอยากเตือนเพื่อนๆ ว่า การเรียกชื่อเป็นเพียงอุบายในการทำความรู้จักกับอารมณ์ต่างๆ

การสังเกตอารมณ์ ก็เป็นเพียงการรับรู้ชั่วขณะ ซึ่งแตกต่างจากการเผลอหมกมุ่น

หรือปรุงแต่ง จนหลงไปกับอารมณ์ความคิดต่างๆ นะคะ