10 ข้อดีของ “การให้” ที่คุณเองก็คาดไม่ถึง

10 ข้อดีของ “การให้” ที่คุณเองก็คาดไม่ถึง

1. ได้รับความสุข และความอิ่มเอมใจ

แน่นอนว่า ความสุขของคนเราต่างมีรูปแบบที่หลากหลาย และระดับที่ต่างกัน

แต่การที่เรามอบอะไรให้ใครสักคน ในบางครั้งในฐานะที่เราเป็นคนให้อาจเป็นคนที่มีความสุขมากกว่า คนที่ได้รับเสียอีก

มันเป็นความสุขที่มากกว่าการได้กินของอร่อยหรือได้ไปเที่ยวในที่ๆ อยากไปความสุขจากการให้มองว่า

เป็นความสุขที่หาซื้อที่ไหนไม่ได้ เพราะเป็นความสุขที่เราสร้างจากตัวเราเองโดยไม่ต้องลงทุนอะไรเลย

เช่น สุขจากการที่ให้สิ่งของ เช่น เงินทอง เสื้อผ้า อ า ห า ร หรือความสุขทางใจ

ก็อย่างเช่น ให้อภัย ให้ความรัก ความช่วยเหลือ กำลังใจ หรือการเสียสละ เป็นต้น

2. รู้จักใจกว้าง และเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่มากขึ้น

การให้สามารถทำให้เรากลายเป็นคนใจ กว้างมากขึ้น และยังทำให้ความตระหนี่ถี่เหนียวในใจเราน้อยลง

เมื่อเรามอบอะไรที่อาจจะเป็นสิ่งเล็กๆ น้อยๆ แต่บางที่ก็มีความหมายและมีค่าสำหรับคนๆ

นั้นหรือแม้กระทั่งสามารถช่วยต่อลมหายใจให้พวกเขาได้มีกำลังใจที่จะใช้ชีวิตต่อไปได้

ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ เป็นสิ่งที่มนุษย์คนเราทุกคนควรมี เมื่อพบคนอื่นที่เขาด้อยโอกาส

หรือคนที่เขาต้องการความช่วยเหลือจริงๆ เราก็พร้อมที่จะยื่นมือเข้าไปช่วยและมองว่า

สิ่งนี้จำเป็นต้องให้ความสำคัญและตระหนักให้มากๆ เพราะมีส่วนทำให้สังคมน่าอยู่และอยู่ร่วมกันอย่างมีสันติสุขอีกด้วย

3. รู้จักเห็นอกเห็นใจคนอื่น

การเห็นอกเห็นใจก็เป็นสิ่งที่สำคัญ ในการอยู่ในสังคม มันสามารถลดความแตกแยก

หรือความขัดแย้งน้อยลงได้และสร้างความเป็นมิตร ไม่ตรีต่อกันได้ ซึ่งการเห็นอกเห็นใจเรียกว่า “empathy”

เป็นการเอาใจเขามาใส่ใจเราโดยที่เราเข้าไปอยู่ในมุมของเขาและเข้าใจเขาอย่างแท้จริง

และยังช่วยทำให้เรามีมิตรภาพที่ดีและปรองดอง กับผู้อื่นได้ง่ายขึ้นความเห็นแก่ตัวเป็นพื้นฐานที่ทำให้เราไม่รู้จักการให้

ขาดมิตรภาพ หากเรามีความเห็นอกเห็นใจกัน รู้จักมีเมตตา จะทำให้เราเห็นคุณค่า

ของคนอื่นและเข้าใจคนอื่นมากขึ้น และทำให้เรากลายเป็นคนมีคุณธรรม เกิดความสุขสงบในจิตใจมากขึ้นอีกด้วย

4. รู้จักการเสียสละและแบ่งปัน

การเสียสละ เป็นการให้ที่ยิ่งใหญ่ เป็นการมองเห็นประโยชน์ต่อผู้อื่นมากกว่าตนเอง การเสียสละนั้นมีหลายแบบ

เช่น เสียสละสิ่งของที่ตนเองมีหรือเสียสละความรู้สึก ที่เป็นความสุขต่อตนเองแล้วมอบให้กับคนอื่น

เพราะคนที่เสียสละมองว่ามันดีกว่าและเป็นประโยชน์มากกว่า หรือแม้กระทั่งการเสียสละชีวิต

หรือ อ วั ย ว ะ เพื่อ รั ก ษ า อีกชีวิตหนึ่งไว้เมื่อเกิดเหตุการณ์ทุกข์ยากลำบากในสังคม

การเสียสละเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้สังคม ดำเนินต่อไปได้ เช่น เกิดสภาวะน้ำท่วม ความแห้งแล้ง

หรือเหตุการณ์ที่เราไม่คาดคิด เราสามารถช่วยเหลือผู้คนที่เจอกับสภาวะเหล่านี้

โดยการเสียสละสิ่งของที่เราพอจะช่วยได้ และสิ่งนั้นต้องไม่ทำให้เราเดือดร้อนด้วย

หากเราไม่มีสิ่งของหรือเงินทองมากพอ เราก็สามารถให้กำลังใจหรือความรู้สึกดีๆ

ให้กันและกัน เพื่อให้เขามีรอยยิ้มและมีแรงฮึดสู้กับสภาวะที่เจออยู่ก็ได้

5. เกิดความสันติสุข สามัคคีในสังคม

ความสงบหรือความสันติที่จะเกิดขึ้น ได้ในสังคมนั้น ทั้งหมดต้องเกิดขึ้นจากคนในสังคมต้องร่วมมือร่วมใจกัน

รู้จักการให้และ แ บ่ ง ปั น อยู่กันด้วยความเอื้ออาทร หวังดีต่อกันนั่นเอง เพราะถือเป็นพื้นฐานของความสันติ

และสามัคคีในสังคม หากเราอยู่กันด้วยความขัดแย้ง ความแตกแยก ไม่รู้จักการให้อภัยกัน ฉันใดก็ฉันนั้น สังคมก็เกิดความวุ่นวาย

6. ได้รับการช่วยเหลือหรือสิ่งที่ตอบแทนโดยไม่คาดคิดหรือไม่คาดหวังมาก่อน

บางทีการที่เราให้หรือช่วยเหลือ ใครสักคนโดยไม่คาดหวังอะไรเลย เราอาจจะได้ในสิ่งที่เราไม่คาดคิดก็ได้

ปัจจุบันก็มีข่าวให้เห็นเกี่ยวกับ การช่วยเหลือคนอื่น เพียงแค่ต้องการให้คนอื่นพ้นทุกข์ เกิดความสบายใจมากขึ้น

เช่น ข่าวที่มีของมีค่าหายบนรถแท็กซี่ คนขับรถก็นำส่งถึงมือเจ้าของ

และได้รับสินน้ำใจเล็กๆ น้อยๆ โดยที่เขาไม่คิดว่าจะได้อย่างไร

ก็ตามไม่ได้สนับสนุนให้ทุกคนต้องทำสิ่งนี้แล้วจึงจะได้มา เราสามารถเลือกที่จะปฏิเสธไม่รับไว้ก็ได้

เพราะความสุขที่มากกว่า สิ่งที่ได้รับมาในรูปแบบของเงินทองคือความสุขที่เกิดขึ้นภายในใจ

ทุกครั้งที่เรานึกถึงจะเกิดความสุขใจและเป็นความทรงจำที่ดีกับตัวเราตลอดไป

7. เป็นการสร้างคุณค่าให้กับตัวเอง

คุณค่าในตัวเราสามารถสร้างขึ้นได้ จากการทำในสิ่งที่ดีและเป็นประโยชน์ต่อคนอื่น

สังคมและประเทศชาติ การให้ก็เช่นกันถือว่าเป็นการสร้างคุณค่า และเป็นสิ่งที่มีความหมายต่อชีวิตของคนที่รู้จักการให้

เพราะเป็นคุณธรรมพื้นฐานของคนที่เป็นคนดี และสามารถเป็นได้ทั้งที่รักของคนอื่น

และถูกยอมรับจากคนในสังคมอีกด้วยเมื่อเราเห็นคุณค่าในตัวเอง จะทำให้เรามีความเชื่อมั่นและภูมิใจในตัวเอง

เพราะฉะนั้น จึงอยากให้เราทุกคนตระหนักในการให้และช่วยเหลือคนอื่นเท่าที่จะทำได้

เราจะรู้สึกเองว่าชีวิตของเรามีความหมาย และเป็นแรงขับเคลื่อนให้เราอยากทำอะไรดีๆ มากขึ้นในทุกวัน

8. ใช้ชีวิตเต็มไปด้วยรอยยิ้มเครียดน้อยลง

การให้เป็น พ ลั ง บวกอย่างหนึ่งที่ทำให้คนเรา มีความสุขและมีรอยยิ้มได้ในทุกวัน

รอยยิ้มเราอาจจะไม่ใช่ แค่มอบหรือได้รับสิ่งของหรือวัตถุ แต่เป็นรอยยิ้มที่เกิดจากการให้มิตรภาพ

การให้อภัย การให้เกียรติและเคารพกัน หรือแม้กระทั่งการให้ความรู้หรือสิ่งที่ทำให้คนอื่นนำไปใช้แล้วเกิดประโยชน์ในชีวิต

สิ่งเหล่านี้แหละที่ทำให้เกิดรอยยิ้ม ได้โดยไม่เสียเงินเลยสักบาทนอกจากนี้การให้ยังสามารถนำมาสู่การมีสุขภาพจิตที่ดีได้

เพราะช่วยลดความ เ ค รี ย ด ความ ซึ ม เ ศ ร้ า และความวิตกกังวลน้อยลง

ได้มิตรภาพหรือเพื่อนใหม่ๆ เพิ่มขึ้น และเกิดความสุขทั้งตนเองและผู้อื่นอีกต่างหาก

9. พบความหมายของการมีชีวิตอยู่

นิยามความหมายของการมีชีวิต อยู่ของแต่ละคนนั้นแตกต่างกัน

แต่การให้ก็ถือว่ามีส่วนทำให้เราพบความหมาย ในชีวิตมากขึ้น เพราะเกิดจากการที่เรารู้จักแบ่งปัน

และช่วยเหลือคนอื่น โดยไม่หวังผลตอบแทน อีกอย่างยังทำให้เราฝึกลดกิเลสหรือความอยากในใจได้ด้วย

เมื่อเรารู้จักสละออก เราจะรู้สึกได้เองว่ามันเบาสบายขึ้น และสุขมากกว่าที่เกิดจากการได้กิน ได้นอน

ได้เที่ยวนั่นเองการมีชีวิตอยู่อย่างมีความหมาย มองว่าควรเป็นการทำอะไร ที่สร้างสรรค์

เป็นสิ่งที่ดีหรือแรงบันดาลใจให้กับคนอื่น เช่น การสละเวลาของตนเองหรือใช้เวลาว่าง

เพื่อไปทำกิจกรรมจิตอาสาหรือกิจกรรมสาธารณประโยชน์ เป็นต้น

10. เป็นประโยชน์และมีคุณค่าต่อคนอื่น

เมื่อเราช่วยเหลือ หรือแบ่งปันบางสิ่งบางอย่าง ให้กับคนอื่น บางทีเราอาจะไม่ได้คิด

ว่ามันเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่อะไรขนาดนั้น แต่มันอาจจะมีประโยชน์ หรือมีคุณค่าทางจิตใจต่อชีวิตคนๆ

นึงได้เหมือนกัน เพราะเขาอาจจะไม่เคยได้รับสิ่งนั้นเลย มันทำให้พวกเขาเหล่านั้นรู้สึกซาบซึ้ง

และขอบคุณคนที่มอบให้กับพวกเขาสิ่งที่เชื่อ ว่าเป็นประโยชน์และมีคุณค่าต่อคนอื่น

เช่น การที่เรามอบความรู้แก่เด็กที่ด้อยโอกาสหรือโรงเรียน ที่ห่างไกลความเจริญ การมอบหนังสือ

เสื้อผ้า อ า ห า ร แก่คนที่ยากจนหรือคนที่ไม่สามารถหาเลี้ยงตัวเองได้

หรือแม้กระทั่งตุ๊กตาหรือของเล่นแก่เด็ก ที่ไม่มีโอกาสได้รู้จักหรือสัมผัส

มันอาจจะเป็นอะไรที่มหัศจรรย์และมีค่าต่อเขามากๆ ก็อาจจะเป็นไปได้ เพราะระดับคุณค่าการได้รับของ

คนเราไม่เท่ากัน บางคนอาจได้เท่านี้ก็พอแล้วหรือบางคนอาจอยากได้มากกว่านี้นั่นเอง

การให้คือ การสละออก หรือการ แ บ่ ง ปั น ให้แก่คนอื่นๆ เพื่อได้รับสิ่งๆ นั้น

และการให้บางสิ่งบางอย่างแก่ใครสักคน เราต้องคิดแล้วว่าสิ่งที่ให้ไปมันเป็นสิ่งที่ดี

และมีประโยชน์ต่อคนที่เรามอบให้ อีกทั้งมันยังนำไปสู่ความสุขแก่บุคคลเหล่านั้นได้อีกด้วย

มองว่าการให้เป็นพื้นฐานของการอยู่ร่วมกัน อย่างร่มเย็นเป็นสุขของคนในสังคม

และยังช่วยสร้างความปรองดอง ความสามัคคีและมิตรภาพที่ดีงามต่อคนในสังคมอีกด้วย

ที่มา : f a i t h a n d b a c o n