10 เรื่องต้องสอนลูกให้เข้าใจเรา และเข้าใจโลก

10 เรื่องต้องสอนลูกให้เข้าใจเรา และเข้าใจโลก

1. ในบ้านมีความรัก นอกบ้านมีความรู้

ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น บ้านจะมีความรักและคอยสนับสนุนเสมอ

ส่วนความรู้นั้นต้องกล้าออกไปหาเอง ถ้ามัวแต่เก็บตัวอยู่ในบ้านจะพลาดโอกาสในการเรียนรู้อย่างน่าเสียดาย

นอกบ้านมีประสบการณ์และความทรงจำที่สวยงามรอให้เราไปเก็บสัมผัสมันด้วยตัวเราเอง

2. อยากได้อะไร ให้ทำขึ้นเอง

อยากได้อะไรต้องทำเองก่อนให้มากที่สุด สอนลูกให้ใช้เงิน

กับสิ่งที่เราไม่สามารถทำเองได้จริงๆ นั่นคือทางที่ดีที่สุดในการสอนให้เห็นคุณค่าของเงิน

3. ใช้ชีวิตจากสิ่งรอบตัวที่มีให้มากที่สุด

จะกิน จะเล่น ให้หันไปมองรอบตัวก่อนเสมอ ว่าสามารถหาของรอบตัวมาดัดแปลงหรือเล่นสนุกได้ไหม

การสอนแบบนี้จะช่วยให้เด็กโตขึ้นพร้อมกับความคิดสร้างสรรค์และแก้ปัญหาได้

โดยใช้สิ่งที่มีอยู่เป็นที่ตั้งก่อน ทักษะนี้ต่อไปจะเป็นเด็กต้นทุนการใช้ชีวิตต่ำ ประหยัดและติดดิน

4. รอคอยให้ได้ ปรับตัวให้เป็น

ทักษะที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่งในอนาคตคือ การรู้จักอดทนให้ได้ รอเวลาที่เราจะได้เจอโอกาสใหม่ของเรา

หรือรอผลจากความพยายามทำสิ่งใดให้มากพอ การอดทนรอจะช่วยให้เรามีภูมิต้านทานกับปัญหา

และมองโลกอย่างเข้าใจมากขึ้นว่าเราไม่สามารถควบคุมโลกได้ โดยเฉพาะบางอย่างที่ยังไม่ถึงเวลาของมัน

นอกจาก อดทนได้แล้วต้องปรับตัวเองให้เก่ง เพราะโลกจะเต็มไปด้วยความเปลี่ยนแปลง

เด็กรุ่นใหม่จึงต้องทำตัวให้ชินกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นได้ตลอดเวลา

5. ขอบฟ้าเป็นแค่ภาพลวงตา ข้อจำกัดก็เช่นกัน

โคลัมบัส นักเดินเรือที่ค้นพบว่าโลกกลมและเส้นขอบฟ้าที่เราเห็นนั้นไม่ใช่ขอบโลกอย่างที่ทุกคนเข้าใจ

แล่นเรือไปยังไงก็ไม่มีวันตกโลก ดังนั้นขอให้สอนเด็กว่าความสามารถในตัวเค้านั้นไร้ข้อจำกัด

ทุกสิ่งที่ดูเหมือนจะคอยห้ามหรือดึงเราไม่ให้ก้าวไปนั้น เอาเข้าจริงก็ไม่มีทางหยุดเราได้

เพียงแต่เราต้องได้รับโอกาสและกล้าที่จะรับโอกาสนั้นไว้แล้วใช้มันอย่าให้เสียของ

ย้ำเรื่องการไม่นั่งรอโอกาสวิ่งเข้ามาหาเราเพราะมันเป็นการเอาชีวิตไปฝากไว้กับคนอื่น

วิธีที่ดีคือเราต้องสร้างมันขึ้นมาเอง เวลาสอนให้เด็กประเมินตัวเองว่าเค้ามีศักยภาพทำอะไรได้แค่ไหน

อย่าประเมินจากเท้าถึงหัว แต่ให้ประเมินจากหัวถึงท้องฟ้า

6. เชื่องช้า ไม่เหมือนชักช้า จะ Slow Life ได้ แต่ต้องตรงเวลา

สอนลูกแยกความแตกต่างให้ชัดเจนระหว่างการใช้ชีวิตแบบเชื่องช้ากับทำอะไรชักช้า

การใช้ชีวิตช้า ๆ อย่างสงบค่อย ๆ เก็บรายละเอียดเล็ก ๆ รอบตัวคือสิ่งสวยงามที่ช่วยให้เราเป็นคนใจเย็น

ซึ่งไม่เหมือนกับการทำอะไรช้าและให้คนอื่นรอ เช่นไปไม่ตรงเวลา หรือส่งงานไม่ทันตามกำหนดที่พูดไว้

7. อย่ากลัวที่จะทำตัวแปลก ถ้าความแปลกนั้นคือความสุขของเรา

ความแปลกไม่ใช่สิ่งเลวร้าย เราได้เห็นความแปลกสร้างสิ่งทางเลือกใหม่ให้กับโลกหลายอย่างแล้ว

สำคัญมากที่ความแปลกนั้นต้องใช้ในทางบวกและโดยไม่ทำให้ใครเดือดร้อน

ถ้าใครมาหัวเราะเยาะบอกว่าเราแปลก ก็ไม่เป็นไร ให้ยิ้มกลับไปแล้วบอกว่า เรามอบรอยยิ้มให้ทุกคนกับความพยายามทำตัวเหมือนกัน

เราไม่ได้เกิดมาเพื่อเหมือนใคร จงสร้างตัวตนจากสิ่งที่เราทำได้ดีโดยการทำให้มันกลายเป็นสิ่งมีค่าสำหรับคนอื่น

เพราะทุกสิ่งที่เราทำจะมีค่าสำหรับใครคนนึงอื่นเสมอ ตั้งใจพัฒนามันต่อไปแล้วหาคนที่ต้องการสิ่งนี้ให้เจอ

8. เรียนภาษาอื่นสำคัญ แต่วิธีการใช้ภาษาสื่อสารสำคัญกว่า

การรู้หลายภาษาที่เคยเป็นเรื่องยากต่อไปจะกลายเป็นเรื่องง่ายแล้วด้วยเทคโนโลยี

แต่การใช้คำธรรมดามาเติมแต่งให้ผู้ฟังเข้าใจง่ายและลุกขึ้นทำอะไรสักอย่างหลังจากได้ฟังเราพูดนั้นสำคัญกว่ามากนัก

9. สนใจอนาคตได้ แต่ต้องไม่ลืมอดีต

แม้การเรียนรู้คอมพิวเตอร์ หรือ AI จะสำคัญแค่ไหน ความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์

กับมนุษย์ดังที่ทำเป็นกันมาในอดีตยังสำคัญกว่าเสมอ อย่าให้เวลากับหุ่นยนต์จนลืมมนุษย์

10. ใช้เทคโนโลยีเท่าที่จำเป็น

โลกอนาคตอันใกล้เราทุกคนจะมีเทคโนโลยีเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตแบบแยกไม่ออก

เราให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีได้ แต่อย่ามองข้ามความสัมพันธ์ ระหว่างมนุษย์ด้วยกัน

เพราะอย่างน้อย เราก็เกิดมาจากมนุษย์ ถูกเลี้ยงและโตมาแบบมนุษย์ และต้องอยู่กับมนุษย์ไปอีกนาน