17 วิธี สอนลูกให้เป็นคนเชื่อมั่นในตัวเอง เพื่อเติบโตก้าวสู่ความสำเร็จ

17 วิธี สอนลูกให้เป็นคนเชื่อมั่นในตัวเอง เพื่อเติบโตก้าวสู่ความสำเร็จ

เด็กที่ขาดความเชื่อมั่นในตนเอง มักไม่กล้าเผชิญกับสิ่งแปลกๆ ใหม่ๆ หรือทำสิ่งใดๆ ที่ท้าทาย

เพราะกลัวความล้มเหลว หรือกลัวทำให้คนอื่นผิดหวัง สิ่งเหล่านี้จะเป็นตัวถ่วง ในการประสบความสำเร็จในอนาคตของลูกต่อไป

ศัตรูของความเชื่อมั่น คือความท้อใจ และความกลัว ดังนั้น จึงเป็นหน้าที่ของคุณพ่อคุณแม่ที่จะคอยช่วยเสริมแรง

และให้กำลังใจ ลูกสามารถก้าวผ่านสิ่งที่ยากๆ ในอนาคตได้ ซึ่ง น า ต า เ รี ย ว อ เ ธ อ ร์ ได้เขียนแนะนำไว้มี 17 วิธีดังนี้

1. ให้ลูกฝึกแก้ปัญหาด้วยตนเอง

ถ้าหากคุณพ่อคุณแม่ช่วยแก้ปัญหาให้ลูกเสมอ ลูกจะขาดทักษะในการพัฒนาด้านความเชื่อมั่น

ในการคิดแก้ปัญหาด้วยตนเอง เมื่อผู้ปกครองคอยช่วยเหลือตลอดเวลา ลูกจะขาดวิธีรู้จักคิดแก้ปัญหา

และความเชื่อมั่นในตนเองจะหมดไป นั่นหมายความว่า ยอมให้ลูกได้เกรด B หรือ C บ้าง

แทนที่จะได้เกรด A ตลอด ในขณะที่ลูกเรียน ก็เป็นการกำลังเรียนรู้ ในการแก้ปัญหาในการทำงาน

2. ชื่นชมกับความพยายามของลูก

ไม่ว่าลูกจะแพ้ หรือชนะ เมื่อเราโตมากขึ้น เราจะพบว่า ระหว่างการเดินทาง มีค่ามากกว่าจุดหมายปลายทาง

เมื่อลูกตั้งเป้าหมาย เพื่อที่จะชนะ ในการทำกิจกรรมบางอย่าง แต่ต้องสะดุดล้ม หรือพลาดพลั้งไปไม่ถึงเส้นชัย

ให้เราให้กำลังใจ กับความพยายามของลูกนั้น อย่าทำให้ลูกรู้สึกอาย เมื่อเขากำลังพยายาม

ผลดีในระยะยาวคือลูกจะเรียนรู้ว่า ความพยายามช่วยสร้างความมั่นใจ ได้อย่างมากทีเดียว

3. หลีกเลี่ยงการซิกแซก

หรือมีข้อยกเว้นให้ลูกเสมอ การให้สิทธิพิเศษ ทำให้ลูกขาดความเชื่อมั่น

4. ให้กำลังใจลูก

เมื่อลูกเผชิญความทุกข์ยากลำบากในชีวิต บางทีโลกก็ไม่มีความยุติธรรม และไม่มีอะไรที่ง่ายเสมอไป

ซึ่งลูกต้องเรียนรู้เข้าสักวันใดวันหนึ่ง เมื่อเราเผชิญกับความยากลำบาก คุณพ่อคุณแม่ ควรชี้ให้เห็นว่า

เมื่อเราทนต่อความยากลำยากได้ จะช่วยสร้างเสริมให้เราปรับตัว ในการรู้จักยืดหยุ่นต่อสถานการณ์ต่างๆ ได้

คุณพ่อคุณแม่ ควรอธิบายให้ลูกฟังว่าทุกถนนสู่ความสำเร็จ จะต้องเผชิญกับขวากหนามบ้าง อะไรบ้าง

5. ทำความล้มเหลวให้เป็นเกาะที่สร้างฐานการเรียนรู้

การเรียนรู้จากข้อผิดพลาด ช่วยสร้างความมั่นใจ แต่นั่นจะเกิดขึ้นได้ เมื่อคุณพ่อคุณแม่

ทำข้อผิดพลาด เป็นโอกาส ที่จะเรียนรู้เติบโต และก้าวไป อย่าปกป้อง ลูกมากเกินไป

ยอมให้ลูกล้มเหลวบ้าง บางครั้งบางคราว เพื่อช่วยให้ลูกเกิด ความเข้าใจ

และมีการวางแผนที่ดีขึ้น ในครั้งหน้าคุณพ่อคุณแม่ ควรเปิดโอกาสให้ ลูกเรียนรู้ จากข้อผิดพลาด

6. ชมเชยในความกล้าหาญ

เมื่อลูกเริ่มลองสิ่งใหม่ ไม่ว่าจะเป็นการเข้าทีมบาสเกตบอล หรือการลองเล่นโรลเลอร์สเก็ต

ผู้ปกครองควรที่จะชม และให้กำลังใจเมื่อลูกทำสิ่งใหม่ๆ โดยพูดคำชมง่ายๆ

เช่น เก่งมากที่กล้าลองสิ่งใหม่ๆ ความสบายมาจากการที่เราติดยึดกับสิ่งเก่าๆ

แต่ความกล้าหาญ มาจากการเรียนรู้ สิ่งใหม่ๆ ที่แตกต่างจากเดิม

7. สอนลูกว่า หากจะทำให้สำเร็จ ต้องรู้อะไรบ้าง

คุณพ่อคุณแม่ เป็นฮีโร่ในใจของเด็กๆ จนกระทั่งลูกเริ่มเข้าสู่วัยรุ่น

ใช้โอกาสนั้นสอนลูกให้รู้จักวิธีการคิด การแสดง และการพูดเป็นตัวอย่าง แบบอย่างที่ดีให้แก่ลูก

การที่ลูกเฝ้าดูความสำเร็จของเรา แสดงให้เห็นว่าเขาสามารถประสบความสำเร็จได้เช่นเดียวกัน

8. อย่าบอกลูกเมื่อเรามีความกังวลใจกับลูก

ผู้ปกครองที่กังวลใจ มักแปลความหมายได้ว่า ไม่เชื่อมั่นการแสดงความมั่นใจของผู้ปกครอง จะส่งผลต่อความมั่นใจของเด็กด้วย

9. กระตุ้นความอยากรู้อยากเห็น

การตั้งคำถาม ที่ไม่จบไม่สิ้น อาจทำให้ลูกรู้สึกเหนื่อย และเบื่อหน่าย

แต่ความจริงแล้ว ไม่ควรเป็นอย่างนั้น ผู้ปกครองควรตั้งคำถาม เพื่อช่วยส่งเสริมพัฒนาการของเด็ก

เพื่อลูกจะเรียนรู้ว่า มีหลายสิ่งหลายอย่างที่เรามองไม่เห็นในโลกนี้ อีกมากมาย ที่เรายังไม่ได้เรียนรู้

สิ่งเหล่านี้จะกระตุ้นให้ลูกมีความอยากรู้ อยากเห็นมากขึ้น เด็กที่มาจากครอบครัวที่พ่อแม่ตั้งคำถามให้เสมอๆ

จะเรียนรู้ได้เร็ว และดีกว่าเด็กที่พ่อแม่หาคำตอบให้ตลอดเวลา

10. ฝึกการให้กำลังใจ เพื่อสร้างความสามารถ

ควรให้กำลังใจ และเสริมแรงให้ลูกทำในสิ่งที่ลูกสนใจ เพราะจะทำให้ลูกไม่รู้สึกกดดันมากจนเกินไป

ฮาโมนีชูนักเปียโนระดับโลก บอกในรายการทอล์ก โชว์ของ เอลเลนว่า เธอฝึกเล่นเปียโน ตั้งแต่ 3 ขวบ

และเล่นได้ดี เพราะได้รับกำลังใจ จากครอบครัว การฝึกความพยายาม จะสร้างความเชื่อมั่น ในการพัฒนาตนเองตามมา

11. ไม่วิพากษ์วิจารณ์การแสดงออกของลูก

ไม่มีสิ่งไหน ที่ทำให้ลูกท้อใจเท่ากับการวิพากษ์วิจารณ์ลูก ในความพยายามของเขา

การให้คำแนะนำหรือข้อเสนอ แนะสามารถทำได้บ้าง แต่อย่าบอกว่า ลูกทำกิจกรรมนี้

ได้แย่จริงๆ ถ้าลูกกลัวที่จะล้มเหลว เพราะกังวลว่าจะทำ ให้เราโกรธหรือผิดหวัง

ลูกจะไม่กล้าทำสิ่งใหม่ การที่พ่อแม่วิพากษ์วิจารณ์ ลูกบ่อยๆ

จะทำให้ลูกรู้สึกหมดคุณค่าในตัวเอง และหมดแรงจูงใจด้วย

12. ให้ลูกแสดงพฤติกรรมตามวัย

ไม่ควรมีความคาดหวังให้ลูกแสดงพฤติกรรมเหมือนผู้ใหญ่ เมื่อลูกรู้สึกว่า ต้องแสดงพฤติกรรมที่เหมาะสม

และถูกต้องตามที่พ่อแม่กำหนดเท่านั้น จะทำให้เห็นถึงมาตรฐานที่เป็นไปไม่ได้

และจะไปลดความพยายามที่ลูกทำอยู่ การตั้งมาตรฐานที่ลูกไม่สามารถไปถึงได้ จะลดความเชื่อมั่นของลูกลง

13. เปิดประตูสู่ประสบการณ์ใหม่ๆ

ในฐานะผู้ปกครอง เราควรช่วยเปิดโอกาสให้ลูกมีประสบการณ์ในโลกกว้างมากขึ้น

เพื่อเปิดโลกทัศน์ในการเรียนรู้ การเปิดประสบการณ์ให้ลูก จะสอนให้ลูกรู้ว่าไม่ว่าจะเจอประสบการณ์

ซึ่งน่ากลัวที่เราไม่เคยเผชิญมาก่อนเ ราก็จะสามารถฝ่าฟัน และเอาชนะมันได้

14. ให้ลูกลองสิ่งท้าทายใหม่ๆ

แสดงให้ลูกเห็นเป้าหมายที่เป็นความสำเร็จเล็กๆ เพื่อไปสู่ความสำเร็จของเป้าหมายใหญ่ๆ

เช่นขี่จักรยาน โดยไม่ใช้ล้อเล็ก ฝึกการช่วยขี่ คุณพ่อคุณแม่สามารถ

สร้างความมั่นใจในตัวลูกเพิ่มขึ้นได้ จากความรับผิดชอบตามวัย

15. ฉลองความตื่นเต้น ในการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ

เด็กๆ มองดู และเรียนรู้ว่าพ่อแม่รู้สึกอย่างไรต่อสิ่งต่างๆ ที่เกี่ยวกับเขา

ถ้าเราตื่นเต้นกับวิธีการว่ายน้ำ หรือการพูดภาษาใหม่ๆ เด็กๆ ก็จะรู้สึกตื่นเต้นด้วย

การเรียนรู้เป็นสิ่งที่ยาก และหากทำให้ประสบความสำเร็จ จะช่วยสร้างความมั่นใจให้เพิ่มมากขึ้น

ดังนั้น การฉลองความสำเร็จ ช่วยให้ลูกเติบโตขึ้นได้

16. คุณพ่อคุณแม่เสนอตัวที่จะเข้าช่วยเหลือ และสนุบสนุน

แต่ต้องไม่มากจนเกินไป การให้ความช่วยเหลือ ที่มากเกินไป และเร็วเกินไป

จะลดความสามารถในการช่วยเหลือตัวเองของลูก ควรให้ลูกช่วยเหลือตัวเองก่อน เพื่อสร้างความมั่นใจแก่ลูกมากขึ้น

17. เป็นผู้ปกครอง แบบเข้าใจลูก

ไม่บังคับ หรือเข้มงวด จนเกินไป หากเราเข็มงวดกับลูกมากเกินไป จะทำให้ลูกขาดความมั่นใจ

และลดความเชื่อมั่นลง การทำตามคำสั่งตลอดเวลา จะทำให้ลูกขาดความกล้า การสร้างลูกให้มีความเขื่อมั่น

จะทำให้ลูกเป็นคนสร้างสรรค์ และกล้าพูดคำว่า “ไม่ได้” ต่อสิ่งที่ไม่ถูกต้อง

เช่น กล้าปฏิเสธต่อผู้ที่มาหยิบยื่นสิ่งเสพติดต่างๆ ให้

ดังนั้น คุณพ่อคุณแม่ต้องยอมให้ลูกรู้จักลองผิด ลองถูก เพื่อสร้างลูกให้เป็นคนดี

และคนเก่งในอนาคตเป็นกำลังใจ ให้ทุกครอบครัวเสมอค่ะ

ที่มา : แ ค่ ยิ้ ม