20 ลักษณะหัวหน้าเก่ง ในแบบที่ลูกน้องรัก

20 ลักษณะหัวหน้าเก่ง ในแบบที่ลูกน้องรัก

เพราะการทำงานคืออีกสังคมที่เราจะต้องอยู่ไปอย่างน้อยก็ตลอดชีวิต

ดังนั้นการปฏิบัติตัวให้คนในที่ทำงานเข้าใจ และทำงานด้วยกันอย่างสงบสุขนั้นจึงเป็นสิ่งที่ใครๆ

ก็ควรจะมีสกิลพื้นฐานเหล่านี้ติดตัวไว้ ยิ่งในวันที่เราเติบโตไปเป็นหัวหน้าคน

การปฏิบัติตัวก็จะยิ่งต้องทำตัวให้น่ารักขึ้นเพื่อนที่การทำงานจะได้ราบรื่น ลูกน้องรัก

วิธีการปฏิบัติเป็นหัวหน้าที่ดีแต่ละคนก็มีเทคนิคที่ต่างกัน

แต่วันนี้เราจะมาแนะนำวิธีการปฏิบัติตัวเป็นหัวหน้าที่ดีในแบบที่ใครๆ

ก็สามารถทำได้ เป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับคนที่ไม่รู้ว่าจะต้องเริ่มต้นอย่างไรดี

1. ลงมือทำให้เห็น

การลงมือทำให้ทุกคนเห็นนั้น เป็นสิ่งที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด

กว่าการไปบอกใครว่า นี่ๆ ทำแบบนี้สิแล้วจะดี แต่ความเป็นจริงแล้ว

คนที่เป็นหัวหน้านี่แหละทำตามให้เห็นไปเลยถ้าอยากจะให้ลูกน้องทำอะไรง่ายกว่า

2. ใจดีแต่ไม่ตามใจ

ทุกคนล้วนชอบคนที่ใจดีทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นคนที่ทำงานในระดับไหน

แต่ความใจดีนั้น ไม่ได้หมายถึง การยอมตามใจลูกน้องไปซะทุกอย่าง

ลูกน้องบอกทำแบบนี้ได้ไหม เราบอกได้เลยๆ อย่างเดียว เพียงเพราะกลัวว่าลูกน้องจะเสียใจ

ซึ่งจริงๆ แล้ว บางอย่างอาจจะไม่ดีต่องานเท่าไหร่นัก การทำแบบนี้ลูกน้องอาจจะรัก

แต่เจ้านายจะมองว่าเราเป็นหัวหน้าที่ไม่สามารถบอกน้องๆ ได้ว่า อันไหนควรทำ อันไหนไม่ควร

3. มีเหตุมีผล

หัวหน้าที่ไม่มีใครชอบเลย คือหัวหน้าที่ยึดความคิดเห็นของตัวเองเป็นใหญ่

ใครพูดอะไร หรือเสนอไอเดียอะไรมา ถ้าหัวหน้ารู้สึกว่าไม่คุ้นเคย ไม่เข้าใจจะค้านทันที

ทั้งที่ยังไม่เคยได้ศึกษา หรือฟังคำอธิบาย เพราะยึดชุดความคิดของตัวเองเป็นหลัก

หัวหน้าแบบนี้ จะทำให้ลูกน้องไม่ยอมเข้าหา ไม่กล้าคุยด้วย

และไม่กล้าเสนอไอเดียอะไรใหม่ๆ เลย ท้ายที่สุดแล้ว งานก็ออกมาแย่

4. เป็นกลางกับทุกคน

ความเป็นกลางในที่ทำงานนั้นหมายถึง การให้ความสนใจกับทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน

ไม่ลำเอียง ไปทางคนใดคนหนึ่ง หรือในทุกครั้งที่ต้องตัดสินใจอะไรก็ตาม

ควรเอาความเป็นกลางเป็นที่ตั้ง อย่าเอาความสนิทเป็นที่ตั้ง เพราะถ้าคนเป็นหัวหน้าเอียงไปทางคนใดคนหนึ่ง

ปัญหาจะตามมา แต่ถ้าเราเป็นกลางในทุกเรื่อง ปัญหานี้จะไม่เกิด

5. ควบคุมอารมณ์เป็น

การคุมอารมณ์คือคุณสมบัติพื้นฐานของหัวหน้าที่ดี เพราะไม่มีลูกน้องคนไหน

ที่อยากจะเจอหัวหน้าที่คุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้ คนที่ทำงานด้วยจะกดดันมากๆ

และแทบจะไม่อยากเจอหน้าเลยล่ะ หรือหากคุณเป็นหัวหน้าแล้วลูกน้องทำผิดจริงๆ อย่าใส่อารมณ์กับลูกน้อง

แต่คุยด้วยเหตุผลว่าเราอยากจะได้อะไร ไม่ใช่มาถึงใส่เต็มที่เลย ลูกน้องหนีแน่นอน เข้าใจไหม ปั๊ดโธ่

6. ไม่ตำหนิใครต่อหน้าคนอื่น

เวลาที่เราจะตำหนิใครจริงๆ สิ่งที่หัวหน้าที่มีสติควรทำคือตำหนิกันแค่สองคนในที่ๆ ไม่มีใครรับรู้

เพราะการตำหนิใคร ต่อหน้าที่ประชุม หรือคนเยอะนั้น ไม่ได้ทำให้เขารู้สึกผิด

แต่มันทำให้เขารู้สึกอายมากกว่า และจะไม่เคารพคุณด้วย เพราะทำแบบนี้เหมือนไม่เคารพกัน

7. ชมต่อหน้าทุกคน

หากลูกน้องของคุณทำดี สิ่งที่หัวหน้าควรทำ คืนชื่นชมต่อหน้าคนอื่น

เพื่อให้เขารู้สึกได้ภูมิใจในงานที่ทำ ยิ่งได้รับคำชมจากหัวหน้ากำลังใจ

ก็มาเต็มเพราะเขารู้ว่าสิ่งที่ทำไปอย่างตั้งใจไม่เสียเปล่า หัวหน้ารับรู้ และทุกคนก็รับรู้

8. ปกป้องลูกน้อง

หน้าที่ของหัวหน้าที่ถูกต้องคือต้องพร้อมที่จะกางปีกปกป้องน้องๆ

ทุกคนแม้ในวันที่เขาทำผิด ก็ต้องรู้ว่าควรจะทำอย่างไรให้ลูกน้องไม่รู้สึกว่าตัวเองโดนถีบตกน้ำคนเดียว

แต่เราควรจะไปปกป้องลูกน้อง ส่วนผิดถูกอย่างไรเดี๋ยวไปแก้ไขกันที่หลัง

9. หัวหน้าก็ผิดได้

คนเป็นหัวหน้า ต้องไม่ผิดพลาด แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีโอกาสพลาด

เมื่อพลาดแล้ว หัวหน้าก็ต้องแสดงให้น้องๆ ได้เห็นว่า

หัวหน้ามีการจัดการความผิดนั้นอย่างไร ซึ่งน้องๆ จะจดจำสิ่งที่เราทำแล้วจำไว้เป็นแบบอย่าง

10. คิดก่อนจะพูด

ก่อนจะพูด หรือแนะนำอะไรก็ตาม หัวหน้าที่ดี จะคิดก่อน แล้วค่อยเสนอความคิดเห็น

หรือคำแนะนำออกไป ที่หัวหน้าควรคิดก่อนพูด ก็เพราะสถานภาพเราคือผู้นำทีม

การที่เรานำทีมไปโดยไม่คิดผลลัพธ์ก็ออกมาไม่ดีแน่นอน

11. ไม่เอาลูกน้องไปนินทา

การเอาเรื่องของลูกน้องไปเล่าในเชิงนินทานั้นไม่ใช่สิ่งที่หัวหน้าควรจะทำ

เพราะจะทำให้ความรู้สึกเคารพในตัวหัวหน้าลดลงทันทีหากวันหนึ่งลูกน้องทราบเรื่อง

อย่าหูเบา และปากไวคิดว่าการนินทาเป็นเรื่องสนุก

12. ไม่เอาเปรียบ

ลูกน้องทำงานหนักแค่ไหน หัวหน้าก็ควรที่จะทำงานหนักไปด้วยกัน

อย่าปล่อยให้ลูกน้องทำงานกันหามรุ่งหามค่ำ

ขณะที่ตัวเองสนุกสนานกับการทำในสิ่งที่ไม่เกี่ยวกับงานเพราะคิดว่าลูกน้องมีไว้ให้สั่งงาน

13. ให้คำปรึกษาได้

การให้คำปรึกษาแก่ลูกน้องเป็นสิ่งหนึ่งที่หัวหน้าต้องมีศิลปะเรื่องนี้

ไม่ว่าจะเรื่องงานหรือเรื่องส่วนตัว ถ้าน้องถามอย่างตั้งใจ ก็ควรให้คำปรึกษาที่ถูกต้อง

อย่าให้คำปรึกษาแบบขอไปทีเหมือนกับว่าธุระไม่ใช่ เพราะหากทำแบบนี้บ่อยๆ

อนาคตน้องๆ จะไม่เปิดอกคุยกับคุณเลยแม้จะเป็นเรื่องงานก็ตาม

14. อย่าเอาหน้า

ในวันที่งานประสบความสำเร็จ หัวหน้าต้องยืนอยู่แถวหลัง

แล้วให้ลูกน้องที่เป็นเจ้าของงานนั้นได้รับความดีความชอบไป

อย่าดึงซีนเด่นกว่าคนทำงานเพราะคนที่เหนื่อยกับการทำงานควรได้รับผลตอบแทนมากกว่าหัวหน้า

ตรงกันข้าม หากมีความผิดพลาดเกิดขึ้น หัวหน้าที่ดีต้องออกหน้ารับแทนลูกน้อง

15. พร้อมให้ความช่วยเหลือ

อย่าคิดว่าให้งานลูกน้อง รับผิดชอบไปแล้ว หัวหน้าจะลอยตัว

นั่งรอน้องเอางานมาส่งเฉยๆ แต่หัวหน้าควรจะพร้อมให้ความช่วยเหลือน้องๆ

หากมีปัญหาไม่ควรปล่อยให้ลูกน้องลุยงานอย่างโดดแดี่ยว เมื่อติดปัญหาหาทางออกไม่ได้งานก็อาจจะเสีย

16. ให้โอกาส

การให้โอกาสคนเป็นสิ่งที่หัวหน้าควรจะทำ และควรจะรู้ว่าใครเหมาะที่จะได้รับโอกาสนั้น

ซึ่งการให้โอกาสนั้นเป็นสิ่งที่คนทำงานทุกคนอยากได้จากหัวหน้า

ไม่ว่าจะเป็นโอกาสเล็ก หรือโอกาสใหญ่ก็ตาม เพราะมันแสดงให้เห็นว่า หัวหน้ามองเห็นศักยภาพของตัวเขา

17. เคารพเวลาส่วนตัว

นอกเวลางาน ไม่ใช่เวลาที่หัวหน้าจะคุยงานกับลูกน้อง หากเป็นงานด่วนจริงๆ

หัวหน้าควรจะรับเรื่องเอาไว้ก่อน แล้วค่อยไปจัดการกันในเวลา

ควรเข้าใจว่าวันหยุดหรือช่วงเวลาพักผ่อนของทุกคนมีค่า

อย่าคิดว่ามันเป็นเรื่องงาน ลูกน้องคุยได้เขาต้องพร้อมจะแก้ไขให้เราสิ

18. ตั้งใจฟัง

หัวหน้ามีหน้าที่ในการรับฟังความคิดเห็นของน้องทุกคน เพราะถ้าเขาไม่ปรึกษาหัวหน้า

ก็ไม่รู้แล้วว่าจะไปปรึกษาใครต่อ และไม่ใช่แค่รับฟังอย่างเดียวเท่านั้น

แต่ต้องฟังอย่างตั้งใจเพื่อให้รู้ถึงสิ่งที่น้องต้องการด้วย เพื่อจะได้ช่วยน้องได้ถูกต้อง

19. รับปากต้องทำให้ได้

เมื่อไหร่ก็ตามที่เรารับปากไปแล้ว สิ่งที่หัวหน้าต้องทำคือจดจำให้ได้ว่าเคยสัญญาอะไรกับลูกน้องไว้

แล้วต้องทำให้ได้ อย่าพูดไปส่งๆ ว่าเดี๋ยวจัดการให้นะ เดี๋ยวทำให้ เดี๋ยวตามให้

แล้วก็ปล่อยให้น้องๆ รอความหวัง สุดท้ายพอน้องทวงถามก็บอกว่าลืม ซึ่งไมใช่เรื่องดีเลย

20. เป็นหัวหน้าแค่ในเวลางาน

ไม่ว่าจะอะไรก็ตาม พอเลิกงานแล้ว ถอดหัวโขนที่เป็นหัวหน้าทิ้งซะ ลูกน้องที่เห็นก็ไม่ใช่ลูกน้อง แต่เป็นพี่เป็นน้องกัน