5 วิธีสอนลูกให้เป็นคนใจเย็น โตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพ

5 วิธีสอนลูกให้เป็นคนใจเย็น โตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพ

วันนี้เราจะพาพ่อแม่ที่มีลูกเป็นคนไม่เชื่อฟัง และยังโมโหง่าย ไปเรียนรู้วิธีการรับมือลูกๆ

และเลี้ยงลูกให้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดี มีคุณภาพ กับบทความ 5 วิธีสอนลูก ให้เป็นคนใจเย็น

โตเป็นผู้ใหญ่ ที่มีคุณภาพ ไปดูกันว่าจะมีวิธีการ เลี้ยงลูกอย่างไรให้เป็นคนดี

การเลี้ยงลูกให้เติบโตเป็นคนดีนั้น ไม่ใช่เรื่องที่ง่ายเลย เพราะเด็กที่จะเติบโตไปเป็นผู้ใหญ่ที่ดีในอนาคต

มีความรับผิดชอบ สามารถเลี้ยงดูตัวเองได้ เข้า สังคมได้ดี มีจิตใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่

ต้องได้รับการดูแลเชิงบวกตั้งแต่ยังเล็ก ทั้งด้านร่างกาย จิตใจ

และได้รับการปลูกฝังลักษณะนิสัยที่ดีจากครอบครัวเป็นหลัก

ที่สำคัญพ่อแม่ต้องเป็นตัวอย่างที่ดีของลูก แต่จะมีวิธีอย่างไร

ให้ง่ายขึ้นในการสอนลูก เรามีคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ

จากสถาบัน H a r v a r d A c e d e m y มาบอกต่อกันค่ะ

คุณพ่อคุณแม่ลองนำไปปรับสอนลูกกันได้ ดังนี้เลย

1. สอนให้ลูกรู้จักความสงสาร และช่วยเหลือผู้อื่นเป็น

แน่นอนว่า ในสังคมโรงเรียนของเด็กๆ จะมีทั้งเด็กดื้อ และเด็กเรียบร้อยรวมกันอยู่

และส่วนมาก เด็กดื้อก็มักจะมาแกล้งเพื่อนๆ ที่เรียบร้อยกว่า วิธีที่จะช่วยให้ลูกของเราตระหนักถึงเรื่องนี้ได้

คือ การลองให้ลูกของเราเองจินตนาการดูว่า ถ้าตัวเองได้เป็นคนที่ด้อยกว่า

เขาจะรู้สึกอย่างไร? วิธีนี้จะช่วยให้เด็กๆ ได้เห็นภาพ และได้เห็นมุมมองอีกด้านหนึ่งของคนอื่น

อีกทั้งพ่อแม่ควรให้ลูกๆ คิดถึงคนอื่นที่นอกเหนือจากเพื่อนที่โรงเรียนด้วย เช่น คนไร้บ้าน คนพิการ ฯลฯ

การพูดคุยกับเขาในเรื่องนี้ตั้งแต่เด็ก จะช่วยให้เขารู้จักที่จะเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ต่อคนรอบข้าง และไม่รังแกคนที่ด้อยกว่า

2. ให้ลูกรู้จักรับผิดชอบต่อสิ่งที่ตัวเองกระทำ

พ่อและแม่คือต้นแบบที่ลูกจะเรียนรู้ และเอาอย่าง สิ่งสำคัญที่สุด คือ การสอนให้พวกเขา

มีความรับผิดชอบต่ออะไรก็ตามที่ได้กระทำลงไป อย่างเช่น กินขนม

เสร็จก็ต้องนำไปทิ้ง ให้เป็นที่เป็นทาง ผู้เชี่ยวชาญบอกว่า ให้พ่อแม่พยายาม

อธิบายกับลูกๆ อย่างใจเย็นว่า อะไรคือความรับผิดชอบ และมันส่งผลอย่างไร

บ้างระหว่างตัวของลูกเอง และสังคมรอบข้าง แต่สิ่งสำคัญที่สุดก็คือ ตัวของพ่อแม่เอง

ที่นอกจากจะสอนลูกแล้ว ก็ต้องไม่ลืมที่จะทำตัวให้เป็นแบบอย่างที่ดีด้วย

3. สอนให้ลูกรู้จักควบคุมอารมณ์ มี EQ

ความโกรธ ความเศร้า หรือแม้แต่ความผิดหวัง ล้วนเป็นอารมณ์ที่ส่งผลกระทบต่อจิตใจ

ไม่ใช่แค่สำหรับผู้ใหญ่เท่านั้น แต่ยังเกิดขึ้นกับเด็กเช่นเดียวกัน สิ่งสำคัญ คือ พ่อแม่ควรสอน

ให้ลูกจัดการกับอารมณ์แง่ลบให้ได้ เมื่อไหร่ที่เขาโมโห ผู้เชี่ยวชาญบอกว่า

ให้ใช้ช่วงเวลาที่ลูกเริ่มรู้สึกใจเย็นขึ้น มาบ้าง ให้เข้าไปพูดคุย และสอนใช้เทคนิคการหายใจเข้าทางจมูก

หายใจออกทางปาก พร้อมกับพยายามนับ 1-5 เพราะเมื่อไหร่ก็ตาม

ที่คนเราเกิดความรู้สึกโมโหเ ลื อ ด ในร่างกายจะสูบฉีดอย่างแรง และหัวใจจะเต้นรัวมากกว่าปกติ

ดังนั้น การกำหนดลมหายใจ เปรียบได้เหมือนเครื่องมือที่ใช้จัดการกับอารมณ์ร้ายได้เป็นอย่างดี

4. สอนให้ลูกขอบคุณเป็นคนแสดงความรู้สึกเชิงบวกเก่ง

การแสดงออกถึงความซาบซึ้งใจ ต่อสิ่งที่ผู้อื่นทำให้เด็กนั้น เป็นสิ่งสำคัญที่จำเป็น

ต่อการดำรงชีวิตในสังคมอย่างมาก ผู้เชี่ยวชาญเผยว่า พ่อแม่ควรสอนให้ลูกๆ รู้จักที่จะขอบคุณ

ในเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ก่อน อย่างเช่น การบอกให้ลูกไปกอดคุณยายที่ทำขนมให้ ถึงแม้ว่ามันจะไม่อร่อยก็ตาม

หรือขอบคุณเพื่อนรุ่นเดียวกัน เมื่อแบ่ งปั นขน มให้ ถึงแม้ว่าจะต้อง พูดกับคนที่ไม่รู้จัก

หรือคนที่ไม่สนิทสนมด้วยก็ตาม มีงานวิจัยเผยว่า คนที่แสดงออกถึงความซาบซึ้งใจต่อคนอื่น

จะมีความสุข และสุขภาพที่ดีกว่าคนที่ดูเหมือนจะเย่อหยิ่ง และไม่ยอมก้มหัวให้ใคร

5. สอนให้รู้จักการวางตัวดี และเหมาะสม

ส่วนใหญ่แล้วพ่อแม่มักจะมองหาความสำเร็จของลูก ผ่านผลการศึกษา

จนอาจจะลืมไปว่า เรื่องเล็กๆ น้อยๆ อย่างอื่นก็อาจส่งผลต่อพฤติกรรมที่เหมาะสมของเขาได้เช่นกัน

ผู้เชี่ยวชาญเผยว่า ให้พ่อแม่คุยกับลูกอย่างเป็นประจำ ยกตัวอย่างถึงบุคคลที่ประพฤติตัวไม่เหมาะสม

และทำให้เค้าเห็นถึงพฤติกรรมที่เหมาะสมในแง่อื่นๆ ด้วย ไม่ว่าจะเรื่องการรักษาสัญญา

การเคารพต่อผู้อื่น และต้องไม่ลืมว่า พฤติกรรมส่วนใหญ่นั้น ลูกๆ มักจะเลียนแบบมาจากพ่อแม่ที่บ้านนั่นเอง

เป็นการสอนลูกเชิงบวก ที่ดีมากใช่ไหมคะ แต่ละข้อสามารถนำไปปรับใช้กับลูกได้เลย

แต่ก่อนอื่นพ่อแม่ต้องเป็นต้นแบบที่ดีให้ลูกได้ และต้องปรับตัวเติบโตไปกับลูกในทุกๆ วัน เพื่อให้ส่งผลดีกับลูกให้มากที่สุดค่ะ

ที่มา : ฉั น ยั ง ไ ห ว