5 เหตุผลทำไม เราควรเลิกบ่น (ทำได้แล้วชีวิตจะเปลี่ยนไป)

5 เหตุผลทำไม เราควรเลิกบ่น (ทำได้แล้วชีวิตจะเปลี่ยนไป)

การบ่นเป็นอีกหนึ่งนิสัย ที่เชื่อว่าทุกคนต้องมี บ่นโน่น บ่นนี่ที่ไม่ได้ดั่งใจ

บ่นไปเรื่อยแบบสัพเพเหระ แต่รู้หรือไม่การบ่นเป็นการทำให้เสียพลังงานไปมากมาย

โดยใช่เหตุ ทั้งไม่มีประโยชน์และไม่มีอะไรดีขึ้นด้วย ซึ่งขัดกับกฎแห่งแรงดึงดูดที่เน้นย้ำ

ถึงความเชื่อมั่นในศักยภาพของตนเอง ให้เราคิดดีเพื่อดึงดูดสิ่งที่ดีเข้ามาหาตัว

ซึ่งถ้าเราบ่นก็เป็นการคิดไม่ดี และดึงดูดสิ่งที่ไม่ดีเข้าหาตัวด้วยเช่นกัน

ลองสังเกตให้ดีตอนบ่นเราจะมองเห็นแต่เรื่องไม่ดี เรื่องที่เป็นลบ

ทำให้จิตใจและสมอง โฟกัสแต่เรื่องไม่ดีเหล่านั้น แต่พอเลิกบ่น

สมองก็จะได้ไปคิดเรื่องอื่นที่ดีขึ้นเป็นประโยชน์มากขึ้น แล้วจะบ่นไปเพื่ออะไร เหตุผลที่ควรเลิกบ่นเสียที

1. ในเมื่อควบคุมไม่ได้ จะบ่นไปทำไม

มีหลายเรื่องในชีวิตคนเรา ที่ควบคุมไม่ได้ อย่างการเมือง รถติด ละครหลังข่าว หรืออะไรก็ตาม

แต่เราก็มักจะหมกมุ่นอยู่กับอะไรแบบนี้เสมอ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเรื่องที่เราทำอะไรไม่ได้แต่ก็ยังขอบ่นเข้าไปอีก

2. บ่นแต่ไม่ทำ ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น

คนเรามักเสียเวลาไปกับเรื่องไม่เป็นเรื่อง โดยเฉพาะการบ่นซึ่งไม่มีประโยชน์ใดๆ เลยถ้าบ่นไปแล้วไม่ทำ

ซึ่งการบ่นส่วนใหญ่จะเป็นทัศนคติในเชิงลบที่เรามีต่อสิ่งๆ นั้นทำให้พูดไปเรื่อย

ไม่พอใจอะไรก็พ่นๆ ออกมาจนติดเป็นนิสัย และเปล่าประโยชน์โดยใช่เหตุ

3. ไม่มีใครชอบคนขี้บ่น

ลองสังเกตดีๆ คนขี้บ่น มักจะชอบบ่นแต่เรื่องเดิมๆ บ่นแล้วบ่นอีก ย้ำคิดย้ำทำอยู่อย่างนั้น

ไม่ค่อยมีความคิดอะไรที่ต่างจากเดิม แถมมีแนวโน้มที่ดีกรีการบ่นจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ด้วย

ก็เลยทำให้ไม่มีใครอยากให้คนขี้บ่นมาอยู่ข้างๆ นอกจากจะสร้างความรำคาญไม่รู้จบแล้วยังทำให้สภาพแวดล้อมไม่รื่นรมย์นักด้วย

4. หมกมุ่นและจินตนาการไปเอง

ผลข้างเคียงของการบ่นที่หลายคน ไม่รู้ก็คือเมื่อบ่นแล้ว มักจะทำให้หมกมุ่นอยู่

แต่กับเรื่องนั้นมากเกินไป แม้จะเป็นเรื่องเล็กก็ตาม เช่น บางวันที่รถ ไม่ติดมากเท่าไหร่

แต่ด้วยความเคยชินก็เลยบ่น ซึ่งเป็นการหมกมุ่นอยู่แต่กับเรื่องรถติดนั่นเอง

เพราะฉะนั้นถ้าเป็นเรื่องอื่น ก็มีแนวโน้มว่าจะคิดเรื่องนั้นไปตลอดเช่นกัน

5. อคติที่ไม่สิ้นสุด

ความอคติ ไม่เคยทำให้อะไรดี ถ้าคุณไม่ชอบอะไรหรือใครเป็นทุนอยู่แล้ว อคติก็จะบดบังทุกสิ่งอย่าง

แม้จะเป็นเรื่องดีๆ ก็ตาม การบ่นก็เช่นกัน เมื่อบ่นอะไรก็แปลว่าคุณมีอคติต่อเรื่องนั้นเข้าแล้ว แม้สิ่งที่คุณบ่น

จะถูกพัฒนาให้ดีขึ้นแล้วก็ตาม แต่ยังไงก็ไม่มีทางถูกใจหรือเป็นอย่างที่คุณต้องการได้

เพราะความอคติได้เข้ามาบดบังความดีไปจนหมดสิ้นแล้วนั่นเอง บ่นกับไม่บ่นแตกต่างกันตรงไหน

บอกเลยว่า แตกต่างกันมากอย่างแรกเลยคือการมองโลก คนที่บ่นมักจะเป็นคนที่ชอบคิดแง่ลบ

ทำให้จิตใจ ขาดการชื่นชมยินดี เผลอๆ อาจทำให้เครียด หรือสุขภาพแย่เข้าไปด้วย

ที่สำคัญคนขี้บ่นมีแนวโน้ม ที่จะทำงานได้ประสบความสำเร็จช้ากว่าคนไม่บ่นอีกด้วย

เหตุผลหนึ่งก็เพราะมัวแต่บ่น แต่ไม่ค่อยจะลงมือทำสักเท่าไหร่ส่วนคนไม่บ่น

โดยส่วนใหญ่จะเป็นคนคิดบวก มองโลกในแง่ดี เห็นหรือเจออะไรที่ขัดหู ขัดตาหรือขัดใจ

ถ้าเป็นสิ่งที่ควบคุมไม่ได้ ก็มักจะยอมรับสภาพ แต่ถ้าเป็นสิ่งที่ทำให้ดีขึ้นได้

ก็จะหาวิธีแก้ไข ปรับปรุงให้ดีขึ้น ทำให้คนไม่บ่นมีแนวโน้มที่จะประสบความสำเร็จมากกว่า

แถมยังอาจมีสุขภาพจิตที่ดีกว่า ด้วยเห็นความแตกต่างของการบ่นไปก็ไม่มีอะไรดีขึ้น

กับการเลิกบ่นแล้วหันมาลงมือ ทำแบบนี้แล้ว น่าจะทำให้หลายคนหยุดบ่นไปได้สักพัก

แต่จะดีกว่าถ้าเริ่มเปลี่ยนแปลงตัวเอง ตั้งแต่ตอนนี้ อาจจะยากหน่อย

แต่ไม่ใช่เรื่อง ที่เปลี่ยนกันไม่ได้ แล้วคุณจะรู้ว่าแค่หยุดบ่น ชีวิตก็ดีขึ้นอีกเยอะ