6 วิธีสอนลูกให้เป็นคนรักษาของ และรู้จักคุณค่าสิ่งของทุกอย่างที่มี

6 วิธีสอนลูกให้เป็นคนรักษาของ และรู้จักคุณค่าสิ่งของทุกอย่างที่มี

อย่าให้ใครพูดได้ว่า บ้านนี้ทั้งบ้าน มีถ้วยแค่ 3 ใบ ผ้าห่ม 3 ผืน นอกนั้นลูกเอาไปทิ้งหมด รกบ้าน ฮ่าๆ

ซึ่งในทางโลก ที่ยังมีกิเลสตัณหากันทุกคน เขาจะมองว่านี่คือบ้านของคนจน ไม่มีข้าวของเป็นชิ้นเป็นอัน

โดนเพื่อนบ้านตำหนิแบบนี้ เราควรสอนลูกให้รู้จักคุณค่าสิ่งของ ไม่ทิ้งของ เพราะสิ่งของหลายๆ อย่าง

มีคุณค่าในตัวเองเสมอ รวมไปถึงของเล่นต่างๆ ที่เด็กๆ ชอบเล่นกัน

และในบางครั้งเด็กๆ ก็เล่นกันแบบรุนแรง ทิ้งขว้าง

หรือเรียกอีกอย่างว่า “ไม่รักษาของ” ก็ได้ สอนลูกตั้งแต่เล็กๆ ให้รู้จักรักษาสิ่งของ

เมื่อลูกโตขึ้น เขาจะได้เป็นคนรู้จักบำรุงรักษาของที่มีให้ดี และไม่เอาของแม่ไปทิ้ง

แม่อยากได้จึงซื้อเข้าบ้าน ลูกไม่อยากได้ก็ทิ้งของแม่

มันไม่ดีสำหรับจิตใจแม่เลย ซื้อบ่อยๆ ก็ไม่ไหวนะ รวยแค่ไหนก็จน

และสมมุติว่าแม่รักของสิ่งนี้มาก แม่จึงซื้อมา แล้วลูกกลับทิ้งของๆ แม่ไป

ทำให้แม่เจ็บจี๊ดทุกครั้งที่คิดขึ้นมา เพราะแม่ไม่ใช่พระอรหันต์ จะได้สละของทิ้งได้ทุกอย่างที่เคยมี

แม่จึงได้แต่ทำใจ มันเป็นกรรม เพราะเราไม่ได้สอนลูกตั้งแต่เด็ก ใครที่มีลูกเล็กๆ ควรต้องสอนลูก

ตั้งแต่เป็นเด็กนะคะ ของที่ไม่ใช้บ่อย ก็เก็บให้เรียบร้อย ไม่ใช่คิดว่าไม่จำเป็นต้องใช้ ทิ้งไปเถอะ

วันนี้เรามาดูวิธีการสอนลูกให้รักษาของกันดีกว่าจ้า

1. ทำให้ดูเป็นตัวอย่าง

วิธีการเรียนรู้ที่ดี คือการได้เห็นจากการลงมือทำ เช่น เมื่อเด็กๆ เห็นคุณพ่อคุณแม่ล้างมือแล้วปิดก็อกน้ำ

เด็กๆ ก็จะทำตามที่ตัวเค้าเห็น ในทางกลับกันถ้าเด็กๆ เห็นว่าคุณพ่อคุณแม่ล้างมือเสร็จแล้วไม่ยอมปิดก็อกน้ำ

เด็กๆ ก็จะเลียนแบบ และอาจจะสับสนเวลาโดนดุว่า “ทำไมล้างมือแล้วไม่ยอมปิดน้ำ” ไปด้วย

2. สอนลูกให้รู้จักเหตุและผล

การกระทำทุกอย่าง ย่อมมีเหตุและผล การสอนลูกๆ ด้วยหลักเหตุผลต่างๆ

จะทำให้เด็กๆ เข้าใจในการกระทำต่างๆ ของตัวเด็กเอง ซึ่งมักจะสอน

ควบคู่กับการทำให้ดูเป็นตัวอย่างไปด้วย เช่น เมื่อคุณพ่อคุณแม่ปิดก็อกน้ำ

ให้เด็กดู ก็อธิบายกับเค้าว่า ทำไมถึงต้องปิดเป็นต้น หรืออาจจะเป็นการตั้งคำถามให้เด็กๆ คิด

เช่น เมื่อเล่นของเล่นแล้วต้องเก็บของ ถ้าไม่เก็บของนอกจากจะไม่เป็นระเบียบแล้ว

ยังทำให้ของหายได้ด้วย ซึ่งเด็กๆ อาจจะงงว่าของหายคืออะไร แต่เมื่อถึงวันนึง

ของเล่นนั้นได้หายไปจริงๆ เด็กๆ ก็จะรู้สึก และเข้าใจเรื่องของคุณค่าของของเล่นนั้นๆ ไปเอง

3. ชมลูกเมื่อทำบางสิ่งได้

เมื่อลูกได้ลงมือทำบางสิ่งสำเร็จ สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ให้กับลูกๆ เป็นรางวัลเล็กๆ ได้

ก็คือการชมลูกๆ นั่นเอง เช่น เมื่อลูกชี้ หรือช่วยปิดก๊อกน้ำให้สนิท

คุณพ่อคุณแม่ก็ขอบคุณ และชมเด็กๆ เกี่ยวกับสิ่งที่ตัวเด็กทำไป

และในครั้งต่อๆ ไป เด็กๆ ก็จะรู้สึกว่า สิ่งที่ตัวเองทำไปนั้นมีค่า

ได้ประโยชน์ (และคำชม) เด็กๆ ก็จะทำอีกในครั้งต่อๆ ไป

4. สอนให้รู้คุณค่าของสิ่งต่างๆ จากการใช้งานจริง

แน่นอนว่า การเรียนรู้คุณค่าของสิ่งต่างๆ การลงมือทำจริงๆ หรือใช้งานสิ่งนั้นๆ

ก็จะทำให้เด็กได้เรียนรู้ได้ดี ซึ่งเวลาสอน คุณพ่อคุณแม่ก็ต้องอธิบายของสิ่งต่างๆ ที่เด็กๆ ใช้งาน

รองเท้าที่เด็กๆ ใส่นั้น ใส่เพื่อป้องกันเท้าของตัวเอง เป็นต้น

แต่ไม่จำเป็นต้องพูดตลอดเวลานะ แค่ตอนที่เด็กๆ ใช้งานก็พอจ้า

5. อย่าให้ของลูกง่ายเกินไป

สิ่งใดๆ ในโลกที่ได้มาง่ายๆ มักจะไม่ค่อยเห็นคุณค่า

เพราะฉะนั้นการที่เด็กๆ ได้สิ่งของต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นของใช้ในชีวิตประจำ

หรือพวกของเล่นที่ได้มาแบบง่ายๆ เด็กๆ ก็จะไม่รู้จักคุณค่าของของที่ตัวเองได้มันมา

ดังนั้นวิธีการสร้างคุณค่าให้กับสิ่งของเหล่านั้น คุณพ่อคุณแม่อาจจะเพิ่มเงื่อนไขบางอย่าง

เพื่อให้เด็กๆ ได้พยายามเพื่อที่จะได้ของสิ่งนั้นมาเอง เช่น ให้เด็กๆ ช่วยเก็บของ

ช่วยทำงานบ้าน ถ้าทำเสร็จจะได้ของเล่นอะไรก็ว่าไป ตามที่เราอยากให้เป็นรางวัล

6. สอนให้รู้จักการลำดับความสำคัญ

การลำดับความสำคัญของสิ่งต่างๆ ก็เป็นอีกอย่างที่คุณพ่อคุณแม่ควรสอนลูกๆ

และเมื่อลูกๆ อย่างได้อะไรบางอย่าง คุณพ่อคุณแม่อาจจะเปรียบเทียบ

กับอะไรบางอย่างก็ได้ เช่น เมื่อลูกอยากได้ของเล่นเพิ่ม หรือของที่มีอยู่แล้ว

คุณพ่อคุณแม่ก็อาจจะบอกลูกๆ ไปในแง่ที่ว่า ถ้าซื้อของเล่นชิ้นนี้ ลูกอาจจะไม่มีข้าวกินในอนาคตก็เป็นได้