6 สัญญานเตือน ของแพง ค่าแรงไม่ขึ้น ค่าครองชีพสูง รายได้โตไม่ทัน

6 สัญญานเตือน ของแพง ค่าแรงไม่ขึ้น ค่าครองชีพสูง รายได้โตไม่ทัน

สมัยนี้สร้างตัวลำบาก คนรุ่นใหม่รายได้ไม่ทันค่าครองชีพ คนรุ่นใหม่มีความมั่งคั่ง น้อยมาก

ถ้าเทียบกับ รุ่น พ่อ แม่ หรือ แม้กระทั่งรุ่น ปู่ ย่า ตา ยาย ถ้าเทียบตอนอายุเท่ากัน

ด้วยปัญหาปัจจัยทางเศรษฐกิจต่างๆ ค่าครองชีพที่สูงขึ้นในปัจจุบัน

การเข้าถึงทรัพยากร หรือโอกาสในการสร้างตัว สร้างฐานะ

เพื่อเพิ่มรายได้ให้เพิ่มขึ้นนั้นเป็นไปได้น้อยมาก อีกทั้งปัจจัยทางเศรษฐกิจ

ที่ทำให้ราคาข้าวข้องแพงขึ้นอย่างต่อเนื่องสวนทางกับรายได้ที่เพิ่มขึ้นอย่างช้า

เรียกได้ว่า ของแพง ค่าแรงไม่ขึ้น รายได้โตไม่ทันค่าครองชีพ

ยิ่งช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา รายได้ต่อครัวเรือนต่อปีนั้น แทบจะไม่เติบโตเลย

ขณะที่ข้าวของแพงขึ้นแทบจะทุกอย่าง บางอย่างแพงขึ้น 50-100%

ซึ่งแพงขึ้นเท่าตัว เลยก็มี จะสังเกตุได้จาก 6 สัญญานนี้ ที่บ่งชี้ว่าคนรุ่นใหม่มีความมั่นคงน้อยลง

1. รายได้เติบโตได้ไม่ทันค่าครอบชีพ

ถ้าเทียบจากรายได้ หรือค่าแรง ที่ได้ในแต่ละวัน แค่ลำพังเลี้ยงปากท้องตัวคนเดียวยังลำบาก

ค่าอาหาร ค่าเดินทาง ค่าใช้จ่ายประจำวันที่ต้องรับผิดชอบตัวเองก็หนักเอาการ ไม่ต้องพูดถึงการรับผิดชอบคนอื่นๆ ที่อยู่รอบตัว

2. การแต่งงานมีครอบครัวคือภาระ

คนรุ่นใหม่คิดว่าการแต่งงานมีครอบครัว หรือการมีลูก คือภาระที่หนักอึ้ง

การที่จะมีลูกสักคน และ เลี้ยงดูเขาให้เติบโตขึ้นมาในสังคมที่ดีได้นั้น

จำเป็นต้องใช้ต้นทุนเยอะมาก ต่างกับคนรุ่นปู่ย่า ที่มาสามารถเลี้ยงดูลูกๆ 4-5 คนได้ โดยไม่ลำบากมากนัก

3. ที่อยู่อาศัยราคาแพงขึ้นมาก

การมีบ้านสักหลัก รถสักคัน ที่ดินสักผืนไว้ทำกิน เป็นอะไรที่ดูเหมือนแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย

แค่บ้านหลังเดียว รถ 1 คัน ถ้าลำพังแค่เงินเดือนจากงานประจำก็แทบจะต้องผ่อนไปทั้งชีวิตแล้ว

ทำให้คนรุ่นใหม่แทบจะไม่มีอสังหาเป็นของตัวเองเลย ต้องอาศัยเช่าอยู่

4. บางคนเข้าใจคำว่าทรัพย์สินแบบผิดๆ

เห็นบางอย่างที่มีความเสี่ยงสูงเป็นโอกาส เข้าไปลงทุนในสิ่งที่จับต้องไม่ได้

ทำให้เสียเงินในส่วนที่จำเป็นไป อีกส่วนหนึ่งคือ ใช้ชีวิตติดหรู ใช้จ่ายเกินตัว กิน เที่ยวต่างประเทศ

แล้วอัพรูปลงโซเชียลเป็นว่าเล่น ทำให้เสียเงินไปกับสิ่งจำเป็นโดยไม่รู้ตัว

5. ไม่มีโอกาศได้ลงทุนต่อยอด

ไม่ต้องพูดถึงเรื่องลงทุนต่อยอด ด้วยเหตุผล 4 ข้อที่กล่าวมา

แค่การดำรงชีพอยู่ด้วยคุณภาพชีวิตระดับปลานกลางก็ลำบากแทบจะแย่แล้ว

ไม่ต้องพูดถึงเงินที่จะไปลงทุนต่อยอดสร้างอนาคตหรอก คนรุ่นใหม่ส่วนใหญ่

จึงเหมือนได้แต่ทำงานไปวันๆ แทบมองไม่เห็นอนาคตเลย

6. เกิดความเหลื่อมล้ํามากขึ้น

ท้ายที่สุดแล้ว สิ่งเหล่านี้ที่กล่าวมา ทำให้เกิดความเหลื่อมล้ํามากขึ้น

เมื่อไม่มีเงินมาลงทุนต่อยอดสร้างอนาคต จึงทำให้มีช่องว่างเพิ่มสูงขึ้น

ระหว่างผู้มีรายได้น้อย ชนชั้นกลาง และกลุ่มนายทุน นับวันช่องว่างนี้ยิ่งมีแต่จะห่างมากขึ้นไปเรื่อยๆ อย่างเห็นได้ชัด