8 ข้อคิดดี ๆ อยู่กับปัญหาแบบไม่ทุกข์ใจ

1. พระพุทธเจ้าตรัสว่า ใจเป็นใหญ่ ใจเป็นประธาน นั่นหมายความว่า

ไม่ว่าสถานการณ์ภายนอกเป็นอย่างไร เราสามารถวางใจของเรา ให้อยู่เหนือสถานการณ์ได้

และการวางใจให้อยู่เหนือสถานการณ์นี้เอง จะเป็นตัวกำหนดสถานการณ์ภายนอกในภายหลัง

ยิ่งเจอคลื่นลมแรง ใจยิ่งต้องสงบนิ่งเข้มแข็ง

2. บางปัญหาเราแก้ได้ทันที บางปัญหาแก้ไม่ได้ทันที ทำได้เพียงให้ทุเลาเบาบาง

แต่บางปัญหาก็แก้ไม่ได้ด้วยตัวเราเอง อย่านำทุกปัญหามาปะปนกัน

อะไรแก้ได้ ให้ลงมือแก้ อะไรแก้ได้เล็กน้อย ให้ทำเท่าที่ทำได้แล้วมองอย่างเข้าใจ

อะไรแก้ด้วยตนเองไม่ได้ ก็ควรปล่อยวางไว้ เพราะไม่มีประโยชน์อันใดที่จะคิดให้เป็นทุกข์

3. เขียนปัญหาออกมาเป็นข้อๆ ไล่แก้ไปเป็นข้อ ๆ แก้ข้อที่หนึ่ง อย่านำข้อที่สองมาปน

แก้ข้อที่สอง หากแก้ข้อที่หนึ่งไปแล้ว ผลเป็นอย่างไรก็ทำจิตให้ว่าง

ใจต้องคลี่คลายก่อน ปัญหาจึงค่อย ๆ คลี่คลาย ใจที่วุ่นวาย จะยิ่งทำให้ปัญหาวุ่นวาย

4. เริ่มแก้ที่ตนเอง อย่าแก้ที่คนอื่น อย่าแก้ที่สังคม แก้ที่ตนเองก่อน แล้วขยายสู่ภายนอก

หลาย ๆ ปัญหา เมื่อแก้ที่ตนเองแล้ว ภายนอกก็ไม่มีอะไรต้องทำอีก

5. ปัญหาแบ่งเป็นสองอย่าง ปัญหาทางใจ กับ ปัญหาจากสถานการณ์

ปัญหาทางใจคือความเครียด ความไม่พอใจ ความทุกข์ใจ ความกังวล ความยึดติด

ในส่วนนี้ขอให้ฝึกจิตใจอยู่เสมอ ในการฝึกจิตใจนี้ ควรฝึกผ่านชีวิตประจำวัน

น้อมคิดพิจารณาเสมอ ๆ ว่า ชีวิตมิได้ตั้งอยู่บนความมั่นคงถาวร

ทว่า ชีวิตตั้งอยู่บนความเปลี่ยนแปลงเป็นพื้นฐาน

ทุกข์ใด ๆ ล้วนเกิดจากความยึดมั่นถือมั่น ในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง

ทำใจยอมรับสิ่งนี้ได้ ย่อมพอใจกับอะไร ๆ มากขึ้น

ส่วนปัญหาจากสถานการณ์นั้น เป็นปัญหาที่ไม่มีวันสิ้นสุด

ตราบใดที่ยังมีเราตั้งอาศัยอยู่บนโลก เป็นไปไม่ได้ที่จะหมดสิ้นซึ่งปัญหา

พบเจอกับบุคคลไม่ชอบใจ เหตุการณ์ไม่ชอบใจ

ความจริงแล้วเป็นของธรรมดา ค่อย ๆ แก้ไข ค่อย ๆ พูดคุยด้วยเหตุและผล

6. ในปัญหามักมีปัญญาซ่อนอยู่ มนุษย์เราเติบโตด้วยความทุกข์มิใช่ความสุข

ทุกครั้งที่มีปัญหา ปัญหามักให้ข้อคิดอะไรบางอย่าง

มันสอนเรา ท้าทายเรา พัฒนา ปรับปรุงจิตวิญญาณของเรา ช่วยให้เราได้ต่อยอด เติบโต

ทุกข์เพราะปัญหาแล้ว แบ่งใจส่วนหนึ่งไว้ยินดีในปัญหาด้วย เพราะเรากำลังจะพัฒนาขึ้นไปอีกขั้น

7. ความสำเร็จใด ๆ ย่อมไม่น่าจดจำหากได้มาโดยง่าย

มองอีกมุม ปัญหานี่เองที่ทำให้ความสำเร็จมีความหมาย

ลองนึกถึงนักปีนเขา ระหว่างเดินทางสูงชันลำบาก แขนขา ร่างกายเหนื่อยล้า

แต่สิ่งเหล่านี้ กลับแปรเปลี่ยนเป็นความภาคภูมิใจ ในช่วงเวลาแห่งความสำเร็จ

ปัญหานี่เองคือผู้สร้างตำนาน ชีวิตย่อมจืดชืดไร้สีสัน หากพบแต่วันกาลแสนสุขสบาย

8. ไม่เห็นทุกข์ ก็ไม่เห็นธรรม คำกล่าวนี้คือสัจจะความจริง

มีแต่ทุกข์เท่านั้นที่เกิด มีแต่ทุกข์เท่านั้นที่เปลี่ยนแปลง มีแต่ทุกข์เท่านั้นที่ดับไป

ขอให้ทุกท่านบินให้สูง แล้วมองโลกด้วยสายตาแห่งสัจธรรมใหญ่

สิ่งที่ท่านเรียกว่าความสุข แท้จริงมิใช่อะไรอื่น นอกจากทุกข์ที่รอวันแสดงตัว

มนุษย์เราไม่อาจหนีปัญหาพ้น โจทย์ชีวิตจึงไม่ใช่ ทำอย่างไรจึงหมดสิ้นปัญหา

แต่เป็นทำอย่างไร จึงเห็นปัญหาเป็นของธรรมดา

ทำอย่างไรจึงเห็นว่า ปัญหาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต

เมื่อเกิดมาแล้ว ย่อมพบสิ่งที่เป็นธรรมดาทั้งด้านดีและด้านร้าย ย่อมพบกับความสมหวังและผิดหวัง

มีคนรัก มีคนชัง มีได้มา มีเสียไป มีพบ มีจาก มีพราก มีเจอ

มีคนชม มีนินทา มีช่วงเวลาที่พอใจ มีช่วงเวลาที่ไม่พอใจ

ขอให้ท่านมองดูเถิด มีใครบ้างรอดไปจากความเหน็ดเหนื่อย จากการทำหน้าที่

มีใครบางที่รอดไปจากความเหน็ดเหนื่อย จากการทำมาหากิน

ถึงวันหนึ่งความแก่ชราก็ถามหา แล้วความป่วยไข้ก็ตามมา

และต่อให้ถึงวันนั้นแล้ว แต่ปัญหาก็ยังมีอยู่มิได้หมดสิ้น

แล้วถึงวันหนึ่งเราก็ ต า ย แต่ปัญหาก็มิได้ ต า ย ตามไปด้วย

มันกลับกลาย ก่อตัวเป็นสิ่งใหม่ ชีวิตใหม่ วนเวียนแก้ไขปัญหาต่อไปไม่จบสิ้น

นี่กระมัง คือเหตุผลของคำพูดที่ว่า ชีวิตคือทุกข์

หนทางดับทุกข์ คือเข้าใจชีวิตตามที่มันเป็น มิใช่อยากให้เป็น ชีวิตที่แท้เป็นอย่างไร

ผู้ใดเข้าใจ ก็คือผู้ตื่นรู้ คือผู้ไม่มีปัญหากับปัญหาอย่างแท้จริง

ขอบคุณแหล่งที่มา : พศิน อินทรวงค์